Home / Action  / Apocalypse Now (1979) กองพันอำมหิต การเดินทางเข้าหาด้านมืดในจิตใจ

Apocalypse Now (1979) กองพันอำมหิต การเดินทางเข้าหาด้านมืดในจิตใจ

[คำเตือน: มีการเปิดเผยเนื้อหาในบางส่วน] ภาพยนตร์ Apocalypse Now ได้รับยกย่องในหลายวงการได้ยกย่องให้เป็นภาพยนตร์คลาสสิคที่ทุกคนควรได้ดูก่อนตาย สะท้อนถึงภาวะจิตใจมนุษย์ที่ดำมืดผ่านสงครามเวียดนาม

apocalypse_now-mud4

เมื่อก่อนสมัยที่ยังเป็นเด็กประถมช่วงปลายๆ เคยได้เห็นวีดีโอภาพยนตร์เรื่องนี้ครั้งแรกมีชื่อเรื่อง Apocalypse Now ชื่อไทยว่า “กองพันอำมหิต” พร้อมปกหลังที่ดูเป็นนายทหารป่าเถื่อน มีบาดแผลมากมายก็อยากจะดู สิ่งที่เกิดขึ้นคือดูไม่รู้เรื่อง ยิงกันไร้เหตุผล มีคนเดินไปมาคุยกัน ฉากท้ายจะจบก็มีเซ็นเซอร์เบลอๆ ก็เลยจบแบบ งงๆ แต่หลังจากที่โตขึ้นชีวิตได้พบเจอเรื่องราวมากมายก็ได้เวลาหยิบมาดูอีกครั้งช่วงมหาวิทยาลัยเพื่อทำรายงานวิชาจิตวิทยา ซึ่งในลิสของวิชานี้มีรายชื่อภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ ก็เลยคิดว่าน่าเคยดูมาก่อนแล้วตอนเด็กรอบนี้คงดูผ่านๆ น่าจะตีความไรได้ ตรงกันข้ามกลับชอบมาก และชอบมากๆ ชนิดที่ว่าดูไปแล้ว 3 ถึง 4 ครั้งก็ยังสามารถดูได้อีก

Martin-Sheen-in-Apocalypse-Now-sheenism-religion-for-sheen-addicts-31889801-1130-567

ถือได้ว่า Apocalypse Now นั้นอาจจะเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของ Francis Ford Coppola หลังจาก The God Father เลยก็ว่าได้ ซ้ำยังมีรางวัล และคำวิจารณ์จากเวทีภาพยนตร์จากหลายสาขายกย่องให้ Apocalypse Now นั้นคือภาพยนตร์ที่ควรได้ชมก่อนตาย

Screen Shot 2556-05-27 at 1.29.29 AM

เรื่องราวทั้งหมดถูกบอกเล่าผ่านภารกิจของ Captain Robert L. Willard นำแสดงโดย Martin Sheen (พ่อของ Charlie Sheen และ Emilio Estevez) ซึ่ง Willard นั้นคือนายทหารที่ประจำการอยู่ในเวียดนาม ที่ใช้ชีวิตไปวันๆ กับการเสพยา ดื่มเหล้า เมา นอน เพื่อรอให้กองทัพเรียกตัวไปรบ หรือปฏิบัติภารกิจ ตัวภาพยนตร์ได้สะท้อนอาการของ ตัวเอกที่มีภาวะเสพติดสงคราม ไม่กล้าที่จะกลับไปบ้านเกิดเพราะหากว่ามีการกลับบ้านชีวิตอาจจะไม่เป็นแบบเดิม

สำหรับนักเรียนวิชา จิตวิทยา และคนทำภาพยนตร์อาจจะต้องเคยทำรายงานผ่านฉากเปิดเรื่องที่มีการ ถกเถียงกันมากที่สุด กับฉากเปลือยกาย เมากัญชา รำมวยจีน ต่อยกระจก ร้องไห้ พร้อมกับภาพของ พัดลมเพดานที่ซ้อนทับกับ ใบพัดเฮลิคอปเตอร์ ประกอบกับเพลงของวง The Doors ที่ชื่อ The End เป็นฉากที่มีการพูดถึงเพื่อตีความมากเป็นพิเศษ เพราะความลงตัวของเพลง เนื้อหา จังหวะ และการแสดงของ Martin Sheen

ซึ่งในเวลาอันสั้นก็มีหมายเรียกให้ Willard ได้เข้ารับภารกิจจากผู้บังคับบัญชา (หนึ่งในนั้นคือ Harrison Ford) โดยภารกิจที่ได้รับมอบหมายนั้นคือการเดินทางเข้าไปในป่าของเวียดนาม เพื่อตามหา หัวหน้าหน่วยกรีนเบเร่ย์ชื่อว่า ผู้พัน Kurtz นำแสดงโดย Marlon Brando จากรายงานบันทึกเทปที่ทางกองบัญชาการได้รับตลอดเวลาได้บ่งบอกว่า Kurtz นั้นกลายเป็นคนเสียสติ และตลอดเส้นทางที่ Kurtz เดินทางไปนั้นจะมีผู้คนล้มตาย และถูกฆ่าอย่างสยดสยอง มากมาย ภารกิจที่ได้รับคือให้ Willard เดินทางแกะรอย เข้าไปร่วมกองทัพของ Kurtz และสังหาร Kurtz ทันทีที่มีโอกาส

Screen Shot 2556-05-27 at 1.21.36 AM

แน่นอนว่าพลอตเรื่องแม้ว่าจะเป็นสูตรสำเร็จของภาพยนตร์สงคราม เดินทาง ต่อสู้ ผจญภัย ตรงกันข้าม Apocalypse Now นั้นไม่เป็นไปตามสูตรเหล่านั้น

บรรยากาศโดยรวมของภาพยนตร์ และการดำเนินเรื่องได้พาให้เราได้เดินทางไปพร้อมกับ Willard และค้นหาความมืดมิดในจิตใจมนุษย์เช่น Kurtz พร้อมกับสถานการณ์ที่ไม่ปรกติของเวียดนามในขณะนั้น บวกกับภาวะของจิตใจนายทหารคนอื่นๆ ที่เดินทางไปด้วย จากความพร้อมกลายเป็นความไม่พร้อม และสุดท้ายก็กลายเป็นความไม่แน่ใจ เช่นเดียวกับ Willard ที่พอเรื่องราวดำเนินไปเรื่อยๆ ตัวตนของเขาเองก็เริ่มจะไม่ต่างจาก Kurtz

เรื่องราวของ Apocalypse Now ถูกแบ่งออกเป็นเหตุการณ์หลากหลายเหตุการณ์ตลอดการเดินของ Willard และทหาร แบ่งได้เด่นๆ ดังนี้

apocalypse-now_01

apocalypse-now

  • เหตุการณ์ระเบิดหมู่บ้านชาวเวียดกง ชนิดแบบล้างโคตร เพื่อที่จะได้ทิ้งระเบิดลงแม่น้ำให้เกิดเป็นคลื่นยักษ์ สนองตัญหาของผู้บัญชาการ Colonel Bill Kilgore รับบทโดย  Robert Duvall เป็นฉากที่ถูกพูดถึงอีกฉากในแง่ของการถ่ายทำ ได้รับความช่วยเหลือจากฝูงบินสหรัฐฯ ภาพของการยิง ทิ้งระเบิดแบบอลังการในฉากนี้นั้นทำได้ดีมากยิ่งใหญ่ลงตัว ชนิดที่ว่าไร้ที่ติโดยปราศจาก CG ประกอบกับเพลง Rise of Valkyrie ที่เสริมให้เห็นความบ้าพลังของ Kilgore มากขึ้น
  • เหตุการณ์ที่นายทหารบางคนอยากกินมะม่วง จึงลงจากเรือเข้าป่าไปหามะม่วง และพบกับเสือโคร่งวิ่งเข้าทำร้าย สะท้อนให้เห็นถึงการออกนอกลู่นอกทางล้วนแต่อันตราย
  • เหตุการณ์ที่พบเจอกลุ่ม ทหารฝรั่งเศส ที่มองว่าดินแดนแห่งนี้คือบ้าน และมีถกเถียงบนโต๊ะกินข้าวนามร่วม 25 นาที (เป็นฉากที่ดูจะน่าเบื่อ แต่ประเด็นที่ถกเถียงก็สะท้อนให้เห็นถึงจุดยืนในขั้วแนวคิด และการเมืองที่แตกต่าง)
  • เหตุกาณ์ที่ เริ่มทำให้ Willard เข้าใกล้จิตใจของ Kurtz เพียงเพราะการสื่อสารในเรื่องภาษา Willard ต้องหยิบปืนมายิงชาวบ้านบริสุทธิ์ 4 คนที่แล่นเรือมาเจอ
  • เหตุการณ์ที่เข้าใกล้กองทัพของ Kurtz และอาการเครียด วิตกกังวล และเริ่มมีสติสั่นคลอนของ สมาชิกในเรือของ Willard

จนกระทั่งจุดหมายคือชายแดน เขมร กับฉากบรรยากาศกองพันของ Kurtz ถือว่าเป็นสิ่งที่ดูแล้วขนลุก เด็กๆ วิ่งเล่น ด้วยเสื้อผ้าที่สะอาดสะอ้าน ตรงกันข้ามผู้หญิง ผู้ใหญ่ คนหนุ่ม ทั้งทหารเขมร ทหารเวียดนาม และ ฝรั่ง ทั้งหลายที่อยู่ในกองพันของ Kurtz กับอยู่ในรูปลักษณ์ที่น่าสะพรึงกลัว สถานที่ที่เต็มไปด้วยศพทุกหนแห่ง

apocalypse-now-08-g

จะเห็นว่าตลอดเวลาที่ Willard เดินทางนั้นมักจะใช้การแกะลอย และคิดให้เหมือน Kurtz แต่เมื่อเวลาที่ Willard ได้พบกับ Kurtz ความคิดทั้งหลาย และตัวของคนดูอย่างเรายังอดคิดไม่ได้ว่า คนคนนี้น่ากลัวจริงๆ Marlon Brando แสดงไว้ได้ดีแม้ว่าจะโผล่อีกทีก็เกือบจะจบเรื่อง ตรงกันข้าม แค่ แสงสว่างจากเงาครึ่งซีก การสังหารคนบนเรือของ Willard แบบเลือดเย็น และการตั้งตนเป็นศาสดา หรือผู้นำลัทธิดินแดนใหม่ ทุกอย่างที่ปรากฏในภาพยนตร์สะท้อนถึงความ วิกลจริตของคน ความดำมืดของจิตใจ

apocalypsenowbdcap10_original

ApocalypseNow

Apocalypse Now ได้สะท้อนถึงมุมมองในแง่ของความมีเหตุผล และไร้เหตุผล สะท้อนให้รู้ว่าโลกนี้ความดี ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เรารับชัยชนะ (ทฤษฏีตามคำสอนเรื่อง Good & Evil, Good does not always triumph) สังเกตได้ในเรื่องของเหตุผล สุดท้าย สิ่งที่ทางอเมริกานั้นบอกมาก็ใช่ว่าจะถูกเสมอไป สาเหตุที่ Kurtz ต้องเสียสติ และกลายเป็นฝ่ายที่ต่อต้านอเมริกาก็เพราะสิ่งที่เค้าต้องทำตามคำสั่งของกองทัพในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่คดว่าจะช่วยคนแต่สุดท้ายคือสังหารหมู่ ในแง่ของความดีไม่ได้ช่วยให้รับชัยชนะ Willard รู้ดีว่าถ้าเข้าหา Kurtz ตรงๆ ไม่มีทางที่จะสังหารเค้าได้

การลอบสังหารแบบคนขลาดคือทางเดียวที่จะได้รับชัยชนะ แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดคือเรื่องราวระหว่างการเดินทางของ Willard นั่นคือการได้เห็นพร้อมกับเขาว่า ความโหดร้ายของสงคราม การเข่นฆ่าเพื่อนมนุษย์ การฆ่าฟันคนอย่างไร้เหตุผล(หรือมีเหตุผล) ในสงคราม สามารถทำให้คนเป็นบ้า เสียสติ วิปลาส เช่น Kurtz เค้าได้ตั้งตัวเองว่าเป็นผู้วิเศษ เป็นศาสดา แห่งดินแดนใหม่ที่จะก่อเกิดจากวันพิพากษา (Apocalypse) ซึ่งผู้คนที่ศรัทธาในตัวของ Kurtz นั้นก็ต่างเชื่อมั่น กราบไหว้ บูชา ประหนึ่งเทพเจ้า นี่คือผลพวงของความวิปลาสของคนในสงคราม (ต่างอะไรกับ อเมริกาในสมัยนั้นที่มองว่าตัวเองคือพระเจ้า สะท้อนอยู่หมัด)

Poster - Apocalypse Now_23

บทพูดที่หลอนโสตประสาท และเป็นที่มาของประเภทของภาพยนตร์จากปากของ Kurtz ที่พูดกับ Willard ว่า “The Horror. The Horror” คือจุดพีคนิ่งๆ ของภาพยนตร์เรื่องนี้ เหตุการณ์ของ Kurtz คือการได้ยินเสียงในหัว เสียงของพระเจ้า และคำพูดนี้คือคำพูดสุดท้ายก่อนที่ Willard จะสังหาร Kurtz (ฉากที่ Willard ฆ่า Kurtz ถูกตัดสลับกับฉากของชาวบ้านในกองทัพของ Kurtz กำลังฆ่าความยเพื่อบูชายัญ บอกเป็นนัยของเนื้อหาว่า “นี่คือการไถ่บาป” จากกองทัพอเมริกา)

Screen Shot 2556-05-27 at 1.30.20 AM

Screen Shot 2556-05-27 at 1.52.44 AM

ประโยค “The Horror. The Horror” สะท้อนในหัวของ Willard ในตอบจบ หลังจากที่เขาได้เดินฝ่าฝูงชน นายทหาร ชาวบ้านแห่งดินแดนที่ Kurtz สร้างขึ้น ผ่านการเคารพยกย่องให้เป็นผู้ปลดปล่อย (สะท้อนตำราของศาสนาคริสต์) ออกไปที่เรือ ในภาวะของภาพยนตร์ได้ฉายให้เราตีความต่อไปว่า Willard จะกลับไปยังกองทัพ, หนีทหารออกไปใช้ชีวิตในเวียดนาม หรือ กลับมาเป็นผู้สืบทอดจาก Kurtz ภาพยนตร์จบลงที่ เสียงในหัวของ Willard และอาการลังเลของเขา

Screen Shot 2556-05-27 at 1.30.51 AM

Apocalypse Now สร้างขึ้นจากบทประพันธ์ “Heart of Darkness” ได้ถูกขยายความจาก Coppola ในแง่ของการต่อตานสงคราม ผ่านภาพที่โหดร้าย ความน่าขยะแขยงมือถือสากปากถือศีลของทหารอเมริกัน อีกทั้งยังสะท้อนถึงการเข้าสำรวจ ด้านมืด ในจิตใจของคนดูอย่างเราไปพร้อมๆกับการเดินทางของ Willard คะแนน 9/10

daydevthailand@gmail.com

เขียน Blog นี้ตั้งแต่ อายุ 22 เที่ยวมาแล้ว 22 จังหวัด ปัจจุบันเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย แต่ชอบดูหนัง ท่องเที่ยว ชมงานศิลปะ และอ่านหนังสือ เขียน Blog

Review overview
3 COMMENTS

POST A COMMENT

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.