Home / Thriller  / Banksy Does New York (2014) มนุษย์ ขยะ ศิลปะ สังคม

Banksy Does New York (2014) มนุษย์ ขยะ ศิลปะ สังคม

ศิลปะเป็นสิ่งที่สามารถสื่อสารกับมนุษย์ได้ทุกรูปแบบด้วยเหตุผลที่หลากหลายของศิลปินที่ได้ถ่ายทอดออกมาจากชื้นงานนั้น Banksy Does New York สารคดีเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ตอกย้ำเหตุผลข้างต้นได้ดี
ความคิดทางศิลปะ และงานศิลปีการพัฒนาต่อเนื่องมาเทียบเท่ากับอารยธรรมของมนุษย์ เป็นสิ่งสะท้อนถึงอารมณ์ ความคิด และจินตนาการ บอกเล่าเสียงที่อยู่ก้นบึ้งของจิตใจของผู้สร้างสรรค์ให้ออกมาในชิ้นงานศิลป ผ่านศัพท์เชิงนามธรรมที่เรียกว่า “สุนทรีย์”
สารคดี Documentary ปี 2014 เรื่อง Banksy Does New York เป็นการนำเสนอเรื่องของ Banksy ศิลปินกลุ่ม? หรือ คน? คนหนึ่งที่ออกมาหยิบเอาสิ่งพื้นฐานที่เป็นปัจเจกไปจนไร้ค่าอย่างขยะข้างทาง หรือ สถานที่ที่ไร้ความสำคัญ มาออกแบบสร้างสรรค์งานศิลป โดยมีนัยสะท้อนเรื่องราวตามสถานการณ์ของสังคมและโลกในขณะนั้นออกมาได้อย่างเฉียบแหลม ผ่านอารมณ์เชิงนามธรรมที่เรียกว่า “สุนทรีย์”

อย่างที่รู้กันสุนทรีย์เป็นภาวะทางอารมณ์ของมนุษย์

เป็นสิ่งที่ยกระดับจิตใจของมนุษย์จากความหยาบคาย และโหดเหี้ยมเดรัจฉานให้มีความเป็นศิวิไลซ์ สุนทรีย์เป็นส่วนประกอบหนึ่งของอารยธรรม (ศาสตราจารย์พิเศษ ศรีศักร วัลลิโภดม ,2013)

แม้สำหรับผมจะมีความสนใจเพียงผิวเผินเกี่ยวกับงานศิลปะไม่ได้ลึกซึ้งถึงขั้นวิจารณ์ หรือตีความองค์ประกอบศิลปของสิ้นงานจากศิลปินที่สร้างได้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ที่จะไม่สนใจงานศิลปะใหม่ๆ จนกระทั่งวันหนึ่งที่ผมเปิดช่อง Sundance ผ่านช่องสถานีเคเบิลก็ได้พบกับสารคดีเรื่องนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับกลุ่มศิลปินลึกลับที่ใช้นามว่า Banksy ที่ตามเนื้อหาของสารคดีได้บอกเล่าถึงการปรากฏตัวผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ชื่อดัง อย่าง Instagram ด้วยการนำเสนอภาพถ่ายของงานศิลปข้างถนน ออกมาพร้อมประเด็นที่ต้องการสื่อสารจนเกิดความสนใจจากคนทั่วำป เป็นการติดตาม Follow ขึ้นแล้วก็คอยตามหางานศิลปะชิ้นต่อๆ ไปที่ Banksy จะรังสรรค์ตามสถานที่ต่างๆ ใน New York (ภาพประกอบทั้งหมดมาจาก Instagram)

banksy_does_new_york_01

banksy-artwork6

งานที่โดดเด่นมีปรากฏมากมายยกระดับ การฉีดสเปรย์ Graffiti ที่เข้าข่ายการทำลายสินทรัพย์ของเมืองออกไปกลายเป็นงานศิลปะที่มีคุณค่า โดยการทำภาพกราฟิกซ้อนทับป้ายห้าม Graffitiis a Crime

graffiti-banksy

การเหยียดล้อ ระบบทุนนิยมที่ระบาดครอบงำ โดยการจ้างคนมานั่งเช็ดรองเท้าของ Mc Donald ที่ใบหน้าของโรนัลนั้นกลับเหมือนเทพเจ้าองค์หนึ่ง อีกทั้งให้ Fact ว่า หุ่นจำลอง Mc Donald นั้นถูกสร้างมากเป็นอันดับสองรองจากหุ่นจำลองของพระเยซู บ่งบอกถึงระบบทุนนิยมที่เข้ามาครอบงำสังคมเป็นที่เรียบร้อย

banksy-mc-donald

การหยิบล้อภาพของการรณรงค์ให้ละเว้น เนื้อสัตว์ผ่านการจ้างขบวนรถขนหุ่นมือสัตว์เศรษฐกิจ ผ่านแคมเปญภาพที่ชื่อ “The Sirens of the Lambs” ล้อภาพยนต์ The Silent of the Lambs ได้อย่างน่าฉงน

thesirensofthelambs-banksy

การไว้อาลัยแก่เหตุการณ์ 9/11 ที่สามารถหยิบดอกไม้ และภาพกราฟิกธรรมดามาแทรกลงไปเล่าเรื่องได้อย่างชัดเจนแบบ Minimalism

tribeca

หรือแม้แต่การนำเสนองานศิลปะที่เรียกได้ว่า สร้างสรรค์ และมีความเป็น Creativity ที่สูง

banksy-gal

ในช่วงท้ายๆ งาน  Master Pieces ของ Banksy จริงๆ ที่ผมเข้าใจกลับไม่ใช่สิ่งที่ Banksy จะสื่อจากเหตุการณ์ทั้งหมด เท่าที่ผมเข้าใจจากการรับชม งานชิ้นสำคัญของ Banksy คือจิตใจ สภาวะความท้าทาย และธาตุแท้ของมนุษย์ที่แสดงออกมาใส่กันโดยมีงานศิลปะข้างถนนของเขาเป็นตัวเชื่อม โดย บุคคลที่ถูกทดสอบทางจิตใจผ่านงานศิลปะของ Banksy นั้นมีตั้งแต่ คนทั่วไป นักวิชาการ ไปจนถึงนักการเมืองท้องถิ่น

banksy_does_new_york

เช่นการหยิบล้อ ผ่านตลาดคนเดินจำกัดเวลาซื้อขายให้ลุงหน้าตาคล้าย Stand Lee มานั่งขายงานศิลป Spray Art ทั้งวันในราคา 60$ มีคนสนใจที่ซื้องานศิลปะของเค้าประปราย ต่อราคาก็มีจนกระทั่งปิดร้านเก็บของแล้ว Banksy ก็ได้โพสท์ Instagram ภาพของงานชิ้นนั้น

banksy-spray

ทำให้มูลค่าภาพที่ถูกซื้อขายต่อราคาไปกลายเป็นของ มหาศาลไปทันทีพร้อมกับ เสียงบ่นของคนมากมายที่ติดตาม Banksy ไม่ใช่เพราะต้องการภาพเหล่านั้นในราคาที่สูง แต่เพื่อต้องการที่จะเป็นคนแรกๆ ที่ได้พบมันก่อน บ่งบอกถึงสภาวะของการแข่งขันของคนในสังคม

banksy-new-york-residency-3

งานศิลปบางชิ้นก็จะถูกกลุ่มคนที่เรียกว่า “ขวางโลก” ออกมาทำลายทิ้งโดยการพ่นสเปรย์ทับงานของ Banksy ทันทีไม่ว่าจะอยู่ต่อหน้าคนมากมายที่ต้องการเก็บภาพงานศิลปนี้หรือไม่ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่น่าเรียนรู้เกี่ยวกับสภาวการณ์ของจิตใจ หรือความอิจฉาริษยา (Envy ในพระคำภีร์คือบาปของความริษยา) ซึ่งก็แล้วแต่การตีความ

งานศิลปะเศรษฐอิฐ (Queens) ที่ถูกคนเห็นแก่ตัวเก็บเข้ากรุไว้ประมูล แต่สังคมออนไลน์ก็ไม่ยินดีซื้อขายพร้อมประจานด่ามากมายในอินเทอร์เน็ตสะท้อนสภาวะของความละโมบ (Gluttony ในพระคำภีร์คือบาปของความละโมบ)

งานศิลปะเศรษฐอิฐที่ถูกคนเห็นแก่ตัวเก็บเข้ากรุไว้ประมูล แต่สังคมออนไลน์ก็ไม่ยินดีซื้อขายพร้อมประจานด่า

งานศิลปะเศรษฐอิฐที่ถูกคนเห็นแก่ตัวเก็บเข้ากรุไว้ประมูล แต่สังคมออนไลน์ก็ไม่ยินดีซื้อขายพร้อมประจานด่า

เช่นเดียวกับบางงานที่ไปปรากฏที่ย่าน บรองซ์ ที่พอมีคนแห่เข้ามาถ่ายภาพก็เจอจิ๊กโก๋ท้องถิ่นเก็บค่าเข้าชมภาพทั้งที่เป็นสถานที่สาธารณะ พร้อมเหตุผลที่ว่ายินดีทำลายทิ้งเพราะไม่มีความหมายใดๆ

4

ไม่ว่าการตีความของ Ducumentary เรื่องนี้จะสะท้อนอะไร งานศิลปะและการวิจารณ์ก็อยู่ที่บุคคลที่จะรับรู้เท่านั้น งานศิลปะผ่านสุนทรียศิลปของ Banksy ผู้เป็นปริศนา (although the Daily Mail claimed in 2008 that it had identified him as Robin Gunningham, a “nice middle-class boy” from Bristol)

ยังคงถูกถูกถกเถียงถึงเส้นเกี่ยวข้องบางๆ ระหว่าง งานศิลปะกับการทำลายรุกร้ำทรัพย์สินของคนอื่นจากนักวิชาการหลากหลายแขนงทางสังคมศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นยังไง งานศิลปะของ Banksy สำหรับผมคือการตีแผ่อารมณ์สุนทรีย์สร้างสรรค์สถานที่ หรือสิ้งของนอกสายตาให้มีความสำคัญ และสามารถตีความสะท้อนสิ่งที่ต้องการเล่าเรื่องออกมาได้อย่างชาญฉลาด ที่สำคัญงานศิลปะชิ้นสำคัญจริงๆ ของ Banksy ในแต่ละงานอย่าง “คน” ที่เข้ามาแสดงอารมณ์และทัศนคติ มุมมอง ไปจนถึงธาตุแท้ของความเห็นแก่ตัวทุกชิ้นที่ปรากฏนี่แหละที่ผมนับถือเลยว่า Banksy เค้าสามารถทำออกมาได้ดี โดยไม่ต้องออกแรงเลยล่ะครับ
งานศิลปะของ Banksy สร้างสรรค์มาเพื่อศึกษาธาตุแท้ของมนุษย์ มันเป็นมากกว่าชิ้นงานศิลปะข้างถนนอย่างที่เราเข้าใจครับ
คะแนน 9/10

daydevthailand@gmail.com

เขียน Blog นี้ตั้งแต่ อายุ 22 เที่ยวมาแล้ว 22 จังหวัด ปัจจุบันเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย แต่ชอบดูหนัง ท่องเที่ยว ชมงานศิลปะ และอ่านหนังสือ เขียน Blog

Review overview
NO COMMENTS

Sorry, the comment form is closed at this time.