Home / Action  / Bright 2017 คืนเดือด ล่าคฑากายสิทธิ์

Bright 2017 คืนเดือด ล่าคฑากายสิทธิ์

เปิดคำโปรยภาพยนตร์ล่าสุดจาก Netflix อย่าง Bright ที่ได้ Will Smith และ Joel Edgerton มาเป็นคู่หูตำรวจมนุษย์-ออร์ค กับคืนเดือดที่ต้องพัวพันกับคฑากายสิทธิ์ กับความธรรมดาของหนัง 5.5 /10 ทั้งที่ทุกอย่างปูมาดี

แม้ว่า David Ayer ผู้กำกับจะมีไอเดียบรรเจิดที่ว่าด้วยโลกแฟนตาซี มนุษย์ เอลฟ์ ออร์ค คนแคละ เซ็นทอร์ แบบ Lord of The Ring มาหยิบลงฉากหน้าโลกปัจจุบันอย่าง LA แต่ปัญหาของ Bright นั้นกลับตกอยู่ที่ การยำความเจ๋ง ทุกอย่างที่น่าจะเป็น กลายเป็นความเรียบเฉย ธรรมดา และใช้เวลา กว่า 1 ชั่วโมง 40 นาที งุนงงกันไป ปัญหาที่ว่าน่าจะเป็น Max Landis คนเขียนบทที่ ได้ดิบได้ดีจาก Chronicle แล้วผลงานหลังๆ แบบ Mr. Right, American Ultra ก็จืดลง และสุดท้ายก็กะแล้วว่า Bright ก็ต้องลงเอยแบบ ทั้งสองเรื่องที่ว่ามาคือ จืด เรียบ

เอาเป็นว่าถ้าหาประเด็นข้อดีของหนังมาพูดกันก็พอจะมี งั้นเรามาลองว่าด้วยเรื่องข้อดีของหนังกันหน่อย

ประเด็นที่ Bright ปูมาดี (ขอย้ำว่าปูมาดี ไม่ได้เล่าได้ดี) คือเรื่องของ ชาติพันธ์ การเป็นกาขาว หรือการเป็นแกะดำ โลกของ Bright เหมือน Middle Earth ที่ว่าด้วยสังคมมนุษย์และเหล่าสัตว์ประหลาดในโลกเทพนิยาย เช่น คนแคละ เซ็นทอร์ ออร์ค หรือยักษ์ ที่ถูกตีความเหมือนชนชั้นที่ล่าง ที่เคยก่อสงคราม และถูกประนามมากว่า 2000 ปี และกลุ่มสุดท้ายคือเอลฟ์ ที่ว่าด้วยชนชั้นสูงผู้มีอภิสิทธิ์ที่สุดในสังคม การแบ่งชาติพันธ์ วรรณะส่วนนี้กลายเป็นบรรทัดฐานที่ว่าด้วยชาติพันธ์ และชาติกำเนิด Daryl Ward (Will Smith) ผู้มีอดีตที่ไม่ค่อยดีกับ ตำรวจออร์คชื่อดังที่ถูกจับตามองในสังคมอย่าง Nick Jakoby (Joel Edgerton) ต้องออกตระเวนทำคดี และกะทบกระทั่งเพราะปัญหาในอดีต

จนกระทั่งทั้ง 2 ได้พบกับเอลฟ์ปริศนา และ คฑากายสิทธิ์ ของวิเศษที่ทุกเผ่าต่างต้องการเก็บไว้ครอบครอง โดยมีเจ้าของคือ Leilah (Noomi Rapace) ผู้โหดเหี้ยมไล่ตามทั้งสองในคืนมหาภัยคืนนี้ และทั้งคู่ยังต้องพบกับปัญหาของชนชั้น การแบ่งพรรคพวกมากมาย

ด้วยความเกลียดชัง และการแบ่งแยกบรรทัดฐานที่ว่า ทำให้เราเห็น จุดประสงค์ของทุกฝ่ายที่ต้องการไม้คฑา มนุษย์ เป็นกลุ่มตัวแทนของชนชั้นกลางที่ว่าด้วยความชิงชังกับเรื่องเก่า จากการปลูกฝังบางสิ่งเป็นขนบธรรมเนียมมาว่า ออร์ก คือกลุ่มที่สร้างสงคราม และก่อปัญหาเมื่อ 2000 ปีก่อน คฑาจะเป็นสิ่งที่จะกำจัดออร์คให้หายไปจากโลกนี้ มุขติดตลกที่เห็นจะเป็น นายอำเภอ Rodriguez (Jay Hernandez) ที่บอก Ward ว่า “คนอเมริกาก็ยังแดกดันคนแมกซิกัน เพราะสงครามอลาโม” – สะท้อนว่าด้วยเรื่องของทิฐิ ที่ยังเหยียดคนชั้นที่ถูกมองว่าต่ำต้อยกว่า แม้ว่าเมื่อก่อนจะเหยียดผิวสี ในเรื่องก็หยิบเอา Ward มีภรรยาผิวขาวสวย และยกให้ออร์คกลายเป็นบางสิ่งที่แย่กว่าคนผิวสี ซึ่งนั่นก็จะบอกเป็นนัยว่า ถ้ามีชนชั้นที่ด้อยกว่าในทางชาติพันธ์ มนุษย์ ก็ยังเหยียดชาติพันธ์ที่ด้อยกว่านั้นได้เรื่อยๆ

ออร์คเองก็ชิงชัง เป็นตัวแทนของกลุ่มคนที่ถูกกดขี่คฑาเป็นสิ่งเดียวที่จะยกระดับความชิงชังได้ มันกลายเป็นปัญหาของชาติพันธ์ปัจจุบันที่ยังมีการ Racist (เหยียด) อยู่วนเป็นลูปงูกินหาง, ต่างตรงแค่ Jacoby นายตำรวจออร์ค นั้นเลือกที่จะเป็นแกะดำของฝูง กล้าที่จะเดินทางพิสูจน์ตัวเองด้วยความสามารถ ไหวพริบที่มีจำกัด ยกระดับสังคม โดยไม่สนว่า ทั้งเผ่าจะดูถูกเหยียดหยาม และสังคมที่เค้าทำงานรับใช้จะเหยียดเค้าอย่างไรก็ตาม – ไม่แปลกที่ Jacoby ดูเป็น มนุษย์ มากกว่าทุกตัวละครในเรื่อง, Ward เองก็มีความชิงชัง มีความโกธร มีความเห็นแก่ตัว

MK1_6771.CR2

เอลฟ์ คือกลุ่มของคนที่กลัวที่จะสูญเสียการควบคุม จะเห็นว่ามีหลายครั้งที่เหมือนนายทุน หรือเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากเป็นเอลฟ์ และพยายามที่จะปรับสมดุลของโลก เพราะระบบนั้นต้องอาศัยนายทุน

คฑาเจ้ากรรม ก็เปรียบเสมือน เงิน อำนาจ หรือ ข้อต่อรอง อภิสิทธิ์ บางอย่างที่หลายคนยินดีที่จะวิ่งตามหา แม้กระทั่งตำรวจชั้นผู้น้อยที่ยอม ทรยศ ต่อกฏหมาย และพวกเดียวกัน เอลฟ์ที่ทรยศต่อทั้งโลก

สำหรับข้อเสียหลักๆ คือการเล่าเรื่อง ที่ตรงไปตรงมาเกินไป ธรรมดา ประเภทที่ว่าไม่ต้องดูก็ได้ถ้าไม่จำเป็น พลังของนักแสดงเท่านั้นที่โอบอุ้มหนัง, ช่วงท้ายของหนังคือการยำเละที่จะพยายามปล่อยของมาจนสะเปะสะปะ

Bright ในความหมายของหนัง คือกลุ่มผู้ที่จะควบคุมคฑาได้  – เสียดายที่จุดนี้กลับหยิบมาเล่าได้จืดและไม่จำเป็นที่สุด

คะแนน 5.5/10

สามารถดูได้แล้วที่ https://www.netflix.com/browse?jbv=80119234&jbp=0&jbr=1

POST TAGS:

daydevthailand@gmail.com

เขียน Blog นี้ตั้งแต่ อายุ 22 เที่ยวมาแล้ว 22 จังหวัด ปัจจุบันเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย แต่ชอบดูหนัง ท่องเที่ยว ชมงานศิลปะ และอ่านหนังสือ เขียน Blog

Review overview
NO COMMENTS

Sorry, the comment form is closed at this time.