Home / Latest  / City Lights 1931 เธอเป็นดั่งแสงสุกใสในมหานคร

City Lights 1931 เธอเป็นดั่งแสงสุกใสในมหานคร

แม้จะบอกว่า Charlie Chaplin เป็นนักแสดงตลกในตำนานยุคหนังเงียบ แต่ถ้าจะบอกว่าในความขบขันนั้นมีอะไรมากมายซุกซ่อนอยู่เช่นเรื่อง City Lights เองด้วย

ในช่วงวัยเด็กของวัยรุ่นยุค 30 ปลายๆ อย่างผม Charlie Chaplin เป็นสัญลักษณ์ของภาพยนตร์ขาวดำ ยุคหนังเงียบที่มีการหยิบมาพากษ์สดอีสาน พากษ์ภาษาใต้ พากษ์ไปเรื่อยเพื่อสร้างความตลกแก่คนดูสำหรับความบันเทิงเท่านั้น จนกระทั่งเวลาผ่านมาการกลับมาใน Session วิจารณ์วรรณกรรม และพบปะพูดคุยกับนักเขียนบทหนัง อาจารย์ภาคปรัชญาหลายๆ ท่าน ชักชวนมาดูหนังเงียบหลากหลายเรื่องตั้งแต่ The WereWolf (1956) และ Seven Seal หลายๆ ท่านได้บอกว่า มีหนังของ Charlie Chaplin เรื่องนึงนะที่มีประเด็นลึกซึ้ง ให้พูดถึงมากมาย

City Lights นี้ Charlie Chaplin เลือกสร้างเป็นหนังเงียบ แม้ว่าจะช่วงนั้นจะมีการใส่บทพูดในหนังได้แล้วก็ตาม แต่ด้วยเหตุผลที่ว่าหากมีบทสนทนา ลักษณะและอารมณ์หลายๆ ส่วนอาจจะถูกลดทอนไป ซึ่งการกลับมาดู City Lights ในครั้งล่าสุดก็ได้ทำให้มุมมองของคน 30 ปลายๆ อย่างผมรู้สึกอิ่มเอิบ และเติมเต็มไปกับสิ่งที่ปรากกทั้งพลอตหลัก และพลอตรองใน City Lights

Tramp หรือคนจร ไม่มีหลักแหล่ง (Charlie Chaplin) เปรียบเสมือนมุมมองของความบริสุทธิ์ ไร้สิ่งปนเปื้อน แบบเสรี ที่เรียกว่า เสรีชน แม้แต่การเปิดตัวของ คนจร ในพิธีเปิดรูปปั้นที่เรียกเสียงหัวเราะ และสะท้อนถึงระเบียบบังคับที่ คนจร ไม่เห็นว่าเป็นสาระสำคัญ (การเคาระเพลงชาติ, ตลกที่ว่าคือเป็นช่วง สหรัฐอเมริกายุคเศรษฐกิจตกต่ำ, Great Depression ในช่วงปี 30’s) จนกระทั่งวันหนึ่งชีวิตของคนจรก็เปลี่ยนไป เมื่อเขาต้องทำทุกสิ่งที่จะทำได้ เพื่อ หญิงสาวตาบอดที่เขาหลงรัก เพื่อให้เธอได้กลับมามองเห็นใหม่อีกครั้ง

แด่เธอผู้เป็นทุกอย่าง

พล็อตหลักของ City Lights คือเรื่องราวของคนจร กับหญิงสาวตาบอดขายดอกไม้ตามที่ว่าข้างต้น เขาเดินทะลุรถยนตร์ของใครสักคน แล้วมาพบกับเธอ ตกหลุมรักเธอ แม้ว่าเธอเข้าใจผิดว่าเขาเป็นเศรษฐีใจบุญ เขาเองก็ไม่ได้แก้ตัว หรือบอกความจริงกับเธอ เพราะไม่อยากให้เธอได้รู้ความจริงว่าเขาเป็นเพียงคนจร อีกทั้งอาจจะได้มีโอกาสมาพบกับหญิงสาวตาบอดได้ตลอดถ้าเขาสวมรอบเป็นเศรษฐี  คนจรพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เธอมีชีวิตที่ดีขึ้น และสร้างความประทับใจแก่เธอเพื่อให้ได้มาซึ่งค่ารักษา และค่าเช่าบ้านของเธอ ผ่านการเสียสละตัวเองอย่างบริสุทธิ์ใจไม่มีอะไรจะเสีย ตั้งแต่ทำความสะอาดถนน ไปจนถึงการขึ้นชกมวย (สุดขำ) แข่งขันเพื่อหาเงินมาให้เธอได้รับการรักษาดวงตา

พล็อตรองจอมเสียดสี

พล็อตรองของ City Lights คือความสนุกสนานแบบ Comedy ตามสไตล์ของ Charlie Chaplin ที่ City Lights มีการแทนกประเด็นเสียดสีสังคม ผ่านความสัมพันธ์ของคนจร และเศรษฐีขี้เมาที่อยากจะฆ่าตัวตาย คนจรได้ช่วยชีวิตของเศรษฐีไว้ได้หลายครั้งหลายคราว  จนกระทั่งพวกเขาได้กลายเป็นเพื่อนกัน กินดื่มแบบคนรวย เข้าสังคมหรูหราฟู่พ่า ตายแทนกันได้ และตัวคนจรเองก็ได้มีโอกาสเดินทางไปมาเพื่อพบกับรักแท้หญิงตาบอดของเขา ความย้อนแย้งจะเกิดขึ้นทุกๆ ครั้งที่ปรากฏคือเมื่อเศรษฐีผู้นั้นสร่างเมาเมื่อใดคนจรก็เป็นเพียงคนจรไม่มีความสำคัญอันใด จนกว่าเศรษฐีผู้นั้นจะเมามายอีกครั้ง

แม้กระทั่งการได้ขอเงินค่ารักษาจากเศรษฐี และความเข้าใจผิดของคนจรที่ต้องมากลายเป็นหัวขโมยเสียเอง เขาต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำจนถึงฤดูใบไม้ผลิ

ฉากจบแสนซึ้ง อิ่มเอิบ และเศร้า คละเคล้ากัน

ในคราที่สาวขายดอกไม้บอดมืด สัมผัสบนมือของคนจรเป็นเพียงภาพจำเดียวของเธอ และภาพในมายาคติของเธอที่ว่าเขาเป็นเศรษฐีผู้มีพระคุณ หลังจากที่คนจรได้ออกจากเรือนจำภายนอกที่ได้ช่วยเหลือเธอผ่านเรื่องราวมากมาย พวกเขาได้พบกันอีกครั้ง หญิงสาวตาบอดซึ่งตอนนี้เธอมองเห็นได้ปกติ เป็นหญิงขายดอกไม้ในร้านแห่งหนึ่งที่สามารถมองเห็นทุกสิ่งได้อย่างปกติ(เธอส่องกระจก) ในทุกวันเธอเฝ้ารอคอยว่าเศรษฐีผู้ช่วยเหลือเธอคนนั้นจะมาหาเธอเมื่อใด การรอคอยของเธอแทบไม่มีความเป็นได้ได้เธอไม่เคยเห็นแม้กระทั่งใบหน้าของเขา หรือชื่อของเขา เมื่อคนจรกลับมาที่จุดเดิมถูกเหล่าเด็กข้างถนนรังแก อยู่ที่หน้าร้านดอกไม้ เขายิ้มให้เธอเพราะเขาจำเธอได้ ในมือของเขามีเพียงกลีบดอกไม้แห้งๆในมือ เธอเดินออกไปหาเขาเพื่อนำดอกไม้ใหม่ และเหรียญเงินไปให้ และนั่นคือฉากจบในตำนานที่อิ่มอุ่นใจ ทราบซึ้ง และเศร้าสร้อย ในคลาเดียวกัน

สัมผัสแรกของเธอที่ได้สัมผัสมือของคนจร เธอก็ได้รู้ว่าชายผู้นี้คือเศรษฐีใจบุญที่เธอเคยฝันถึง คนที่ช่วยเหลือเธอมาตลอดให้เธอกลับมามองเห็น

สัมผัสที่คุ้นเคย ความทรงจำอันมีค่า เธอจดจำเขาได้  “You?”

หนุ่มคนจรจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่ละสายตา เขาพยักหน้าถาม “You can see now?”

เธอเขาทันที “Yes, I can see now.”

ฉากจบแบบพอดีให้คนดูถกเถียงต่อภายหลัง ไม่ว่าจะลงตัวแบบไหน หรือจะเป็นยังไง สิ่งสำคัญคือรอยยิ้มที่สดใสของเขาและเธอ หญิงตาบอดได้มองเห็นแสงสว่าง City Lights เธอเป็นแสงสว่างของในชีวิตของคนจร เพราะเธอคือ City Lights ช่วงเวลาที่อ่อนหวานและสวยงามที่สุดที่กลายเป็นฉากจบในตำนานของภาพยนตร์ ในยุคนั้น จนกลายเป็นตำนาน

มันเป็นฉากจบที่แสนน่ารักที่สุดสำหรับผม

คะแนน 8/10

ดูเต็มเรื่องได้เลยที่นี่: https://www.youtube.com/watch?v=TkF1we_DeCQ

เปิดใจดูนะครับ

daydevthailand@gmail.com

เขียน Blog นี้ตั้งแต่ อายุ 22 เที่ยวมาแล้ว 22 จังหวัด ปัจจุบันเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย แต่ชอบดูหนัง ท่องเที่ยว ชมงานศิลปะ และอ่านหนังสือ เขียน Blog

Review overview
NO COMMENTS

Sorry, the comment form is closed at this time.