Home / Action  / Scoop พิเศษตำนาน Daimajin อิทธิฤทธิ์เจ้าพ่อภูเขียว

Scoop พิเศษตำนาน Daimajin อิทธิฤทธิ์เจ้าพ่อภูเขียว

Scoop พิเศษย้อนยุคกันสุดๆ หน่อยเมื่อค่าย Daiei Film (Daiei Motion) เจ้าของเดียวกับ กาเมร่า ก็ได้ผุดภาพยนตร์คลาสสิคมาชื่อว่า Daimajin หรืออิทธิฤทธิ์เจ้าพ่อภูเขียว

ผมเองทำไมถึงรู้เรื่องราวการ์ตูนหรือภาพยนตร์เก่าๆ เหล่านี้เวลาคนถามว่าเคยดูด้วยเหรอเกิดปีไหนเนี่ย คือจริงๆ แล้วคุณแม่ของผมสมัยยังสาวๆ สมัยวัยรุ่นได้มีการอัดม้วนวีดีโอเวลารายการเหล่านี้มันฉากในโทรทัศน์ แล้วเจ้าม้วนเทปวีดีโอนี่มันก็ถูกฉายซ้ำฉายซ้อนมาจนผมเกิดไปสิ้นสุดก็ตอนน้องสาวคนเล็กของผมเข้า ป. 1 และก็เริ่มเข้าสู่ยุคของ VCD/ DVD จนหลายปีต่อมาถึงจะหาหนังเหล่านี้ดูแบบ DVD ได้ก็ตาม ราคามันก็สูงไปแล้ว

Daiei Motion แม้จะขึ้นชื่อในเรื่องของการสร้างสัตว์ยักษ์อย่างกาเมร่าก็ตาม แต่ค่ายนี้ก็มีผลงานตระกูลสัตว์ยักษ์ (Kaiju Film) แต่ใส่เรื่องของอิทธิฤทธิ์ เทวนิยม หรือปาฏิหารเข้าไปแล้วดังเป็นพลุแตกในยุคนั้นอยู่เรื่องหนึ่ง เรื่องที่ว่าก็คือ Daimajin ซึ่งเคยมาฉายในประเทศไทยชื่อว่า อิทธิฤทธิ์เจ้าพ่อภูเขียว เป็นหนังยาวเหมือน กาเมร่า หรือ ก๊อตซิลล่าไม่ใช่หนังสั้นเป็นตอนๆ แบบยอดมนุษย์ Ultraman และเท่าที่จำความได้คือเคยดู 2 ภาค ทั้งที่ข้อมูลจริงๆ ของ Daimajin นั้นมีทั้งหมด 3 ภาคประกอบไปด้วย

  • Daimajin อิทธิฤทธิ์เจ้าพ่อภูเขียว
  • Return of Daimajin, ประกาศิตเจ้าพ่อภูเขียว
  • Daimajin Strikes Again, อภินิหารเจ้าพ่อภูเขียว

ซึ่งถ้าผิดพลาดในเชิงข้อมูลประการใดก็ขออภัยผู้อ่านก่อนแล้วกันนะครับ เพราะไม่ได้แม่นขนาดนั้น ทั้งหมด 3 ภาคที่ว่านั้นถูกฉายในปีเดียวกันเลยคือปี 1966 แต่ตอนที่ได้ดูในไทยผ่านวีดีโอเก่าๆ คือเหมือนนานมากแต่ละตอนจะมาฉายให้ดู ที่รู้ๆ คือ เจ้าพ่อภูเขียวที่ปรากฏในหนังทั้ง 2 ภาคที่เคยดู (จากทั้งหมด 3 ภาค) เป็นเจ้าพ่อภูเขียวองค์เดียวกันแต่เนื้อเรื่องไม่เกี่ยวข้องกันเลยในแต่ละภาค

Daimajin หรือเจ้าพ่อภูเขียวเป็นชื่อเรียกเทพเจ้าที่มีใบหน้าดุดัน พร้อมชุดเกราะนักรบ ขนาดใหญ่มโหฬาร ถูกสลักจากหินสีดำ และเขียว(อาจจะเป็นที่มาของภูเขียว) สงบนิ่งอยู่ในภูเขาลึกลับที่ผู้คนไม่กล้าจะย่างกรายเข้าไปด้วยเรื่องเล่าของความน่ากลัวต่างๆ นาๆ แต่ก็ยังได้รับความเคารพยำเกรงของผู้คนที่อยู่ในหมู่บ้าน และแคว้นนั้นๆ ด้วยความที่สถานที่ของเทวรูป Daimajin หรือเจ้าพ่อภูเขียวต้องสิงสถิตนั้นคือป่า และหุบเขาลึกลับทำให้ยากที่จะมีคนเดินเข้าไปในเขตป่านั้น หากจะมีใครเข้าไปก็คงจะเป็นคนที่เดือดร้อนแสนสาหัส หรือเหล่าตัวละครนำที่ปรากฏในเรื่องเท่านั้นที่ต้องเข้าไปหลบซ่อนจาะภัยอันตราย หรือ หนีอำนาจอิทธิพลของเหล่าคนพาล

แกนเรื่องของ Daimajin ยาวยืดเยื้อบ้างเล็กน้อยในเนื้อเรื่องของการปูตัวละครที่ วัฒนธรรมของเขาช่างเชิ่งช้าเนิบนาบกว่าจะสนุกก็ท้ายๆเรื่อง แต่หากใช้เวลาในการรับชมและอยู่ด้วยพลังของความบันเทิงอย่างสโลว์ไลฟ์ก็จะพบกับสาระที่ปรากฏในเรื่องชัดเจน ว่าด้วยวิกฤติของแคว้นแห่งหนึ่งเมื่อเหล่าขุนนางที่คอยปกป้องเจ้าเมือง กลับลุกฮือขึ้นทำการกบฏสังหารครอบครัวเจ้าเมือง สองพี่น้องหญิงชายของเจ้าเมืองที่ต้องหลบหนีการถูกสังหาร โดยได้รับความช่วยเหลือจากขุนนางที่จงรักภักดี ทั้งสามเดินทางหลบซ่อนตัวโดยอาศัยถ้ำลึกลับบนภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่มีเทวรูปนักรบตั้งอยู่แห่งนั้นเป็นที่หลบภัย จนภายหลังเหล่าขุนนางชั่วตามร่องรอยเจอเข้าไปลบหลู่สถานที่แห่งนั้น ซ้ำไปทำลายเทวรูป เจ้าพ่อภูเขียวจึงสำแดงอิทธิฤทธิ์ขึ้นจัดการคนชั่วเหล่านั้นซะเรียบ ความสงบสุขกลับคืนมาสู่แคว้น

Return of Daimajin เป็นตอนต่อที่ไม่เกี่ยวข้องกับตอนแรกแต่อย่างใด เป็นเรื่องของเจ้าเมือง 3 เมืองที่วางแผนล่อลวงทรยศหักหลังไปมาจนกระทั่งลูกชายของเจ้าเมืองถูกจับกุมเป็นตัวประกัน ส่วนลูกสาวของเจ้าเมืองนั้นวิ่งหนีไปยังเกาะแห่งหนึ่ง (เกาะ ใช่ ! มันเป็นเกาะ ไม่ใช่ภูเขาแบบภาคแรก) หญิงสาวจึงอ้อนวอนขอให้เทวรูปนักรบในเกาะลึกลับแห่งนั้นช่วยเหลือเธอ ตอนท้ายเหล่าคนชั่วก็เข้าถึงตัวหญิงสาว และกำลังเข้าตาจน ตัวร้ายก็ไปทำลาย และลบหลู่รูปปั้น (เอาจริงๆ แค่เดินไปจับกุมประหารซะจบ จะไปหลบหลู่ทำไม?) รูปปั้นเจ้าพ่อภูเขียว (ต้องเจ้าพ่อเกาะเขียวสิ) ก็แสดงฤทธิ์เดชปราบเหล่าร้ายวายวอดไป

ตอนที่สามไม่ได้ดูผ่านเครื่องเล่นใดๆ เน้นไปดูผ่าน Dailymotion ที่แหละกับ Daimajin Strikes Again เป็นเรื่องของทาสคนหนึ่งที่ถูกผู้ปกครองแคว้นนำทาสไปทำงาน กดขี่ข่มแหง ไม่เป็นธรรม ทาสคนหนึ่งวิ่งหนีออกมาโดยใช้ทางลัดที่คนไม่กล้าพลุกพล่านเดินผ่าน ที่มีเทวรูปศักดิ์สิทธิ์สถิต ณ​ ถนนเส้นนั้น แล้วมาตายในเมือง ชาวเมืองก็เข้าใจว่าเทวรูปไม่ต้องการให้ใครเข้าไปรบกวนดูสิทาสคนนี้ เห็นแค่เทวรูปก็ถึงกับสิ้นใจ

เรื่องราวมันเริ่มต่อมาคือ เด็ก 4 คนที่สงสัยว่าพ่อแม่ของตนที่หายไป น่าจะเป็นแรงงานทาสในนั้นจึงลองแกะรอยการเดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าว (มั่นใจว่าได้อิทธิพลจาก Stand By Me ของ Stephen King) ผ่านเทวรูปนักรบศักดิ์สิทธิ์ ผ่านการผจญภัยมากมายเข้าข่ายหนังเด็กเข้าแคมป์ จนต้องเจอเหล่าคนพาล เมื่อเด็กๆ กำลังจนตรอกอยู่รอมร่อ เจ้าพ่อภูเขียว ก็ออกมาสำแดงเดช

Daimajin ทั้งสามตอนไม่ว่าจะไม่เกี่ยวกันหรือจริงๆ อาจจะเป็นเทวรูปคนละองค์ คนละที่ คนละแคว้น เรื่องราวแทบไม่มีอะไรต่อเนื่องกันเลย แต่ถ้าถามว่าเทพเจ้าที่สถิตในเทวรูปนั้นอาจจะเป็นเทพเจ้าองค์เดียวกัน สิ่งแกนของเรื่องก็จะบอกแก่เราไว้ตรงไปตรงมาว่า อย่าสิ้นหวังในความดีงาม เจ้าพ่อภูเขียวจะออกมาช่วยเสมอเมื่อ ความไม่เป็นธรรมกำลังเป็นใหญ่

ในตอนเด็กๆ หมวดหมู่ของ Daimajin หรือเจ้าพ่อภูเขียวนั้นอยู่ในหมวดหมู่หนังเด็ก และหนังสยองขวัญ ซึ่งในตอนเด็กที่ดูผ่านวีดีโอของแม่ ฉากที่ Daimajin เดินผ่านหมู่บ้าน เดินจากภูเขา มันน่ากลัวพิลึก เหมือนที่เรากลัว ห้องหุ่นสมัยเด็ก ทั้งที่หุ่นเหล่านั้นก็ออกมาช่วยนางเอก กลับมาดูย้อนหลังตอนนี้ก็อยากจะบอกว่า Special Effect ของหนังในยุคนั้นทำได้ไม่แย่ไม่น่าเกลียด เอาจริงๆ ยังทำได้ดีกว่า CGI หลวมๆ ในยุคนี้ด้วยซ้ำ

เอาแค่ฉากนี้ไปดูก็น่าจะบอกได้ว่า โคตรคัลท์ในยุคนั้นเลย

Daimajin หรือเจ้าพ่อภูเขียว ยังคงเป็นหนังที่อยู่ในดวงใจเด็กหนวดแบบผม ซึ่งเด็กๆ ที่อยู่ในยุคนี้ก็คงจะไม่มีทางเข้าใจหรอกว่าทำไมผมถึงชอบอะไรย้อนยุค คลาสสิค เพราะหนังยุคนั้นมันบอกถึงความพยายามที่จะสร้างออกมา ต่างกับยุคนี้ที่ CGI มีให้เลือกใช้มากมายแต่กลับสร้างออกมาได้ด้วยความมักง่ายของคนทำนั่นเอง

หากมี DVD หรือ มีของดีถูกลิขสิทธิ์ก็เก็บไว้นะครับ 🙂

POST TAGS:

daydevthailand@gmail.com

อาจารย์มหาวิทยาลัยสายไอที แต่ชอบเสพศิลป ชอบดูหนัง เรียกว่าเนิร์ดหนังก็ได้ ชอบ ท่องเที่ยว ชมงานศิลปะ และอ่านหนังสือ เขียน Blog เว็บนี้เขียนมาตั้งแต่อายุ 22 เมื่อก่อนเดินทางบ่อยมากตอนนี้นั่งดูหนังแล้วมารีวิวแบบ critics movie แทน

Review overview
NO COMMENTS

Sorry, the comment form is closed at this time.