ActionDramaMoviesmovies-reviewsReviewThriller

Drive ชีวิต และความรัก ก็เหมือนกับการขับรถ

[คำเตือน เนื้อหามีการสปอยล์ ล้วนๆ] ภาพยนตร์เรื่อง Drive เป็นภาพยนตร์ที่ไม่ค่อยได้รับกระแสตอบรับในประเทศไทยเท่าที่ควร ทั้งที่เนื้อหาของภาพยนตร์เรื่อง Drive นั้นมีอะไรให้พูดถึงเยอะมาก ผลงานการแสดงของ ไรอัน กอสซิง ที่ยังคงคุณภาพของการควบคุมอารมณ์ และการแสดงออกของแววตาได้ดี ประกอบกับเรื่องราว จุดหักเหของตัวเนื้อเรื่องที่จะทำให้ยังไงซะคนดูคาดเดาได้ว่าจะจบยังไง แต่กลับคาดเดาไม่ได้ว่าตัวเอกจะทำยังไง บรรยากาศของตัวภาพยนตร์ และเสียงเพลงประกอบของ Drive มีสีสันของกราฟิกแบบ Groovy ร่วมผสมกับเทคนิคการย้อมสีฟิลม์ ทำให้เห็นว่าภาพยนตร์เรื่อง Drive มีจุดเด่นในเรื่องของแสง และสีที่สวยงามชวนดึงดูดน่าค้นหา แต่กลับกันแล้วเนื้อหาของ Drive นั้นถือว่ามีเรื่องราวที่เศร้าหมอง และเจ็บปวดของตัวเอก “Driver” ชายที่ไร้ชื่อในภาพยนตร์เรื่องนี้แบบหนักอึ้งทีเดียว

เรื่องราวเปิดฉากแบบ นิ่งเงียบ ไร้ซึ่งบทสนทนาระหว่าง รถยนตร์คู่ใจ กับการขับรถระดับเทพของชายปริศนาที่รับบทโดย ไรอัน กอสซิง กับภาวะหน้านิ่ง แต่ซิ่งเทพพาโจรปล้นเงิน 2 รายหนีการจับกุมของ เจ้าหน้าที่ตำรวจแบบไร้ที่ติ และเพราะเหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะเป็นการโยงที่มาที่ไปถึงเหตุการณ์ในปัจจุบันว่าทำไม ชายนิรนาม หรือ “Driver” ผู้นี้ต้องมาอาศัยอยู่ชานเมือง เงียบๆ กับนายจ้างที่มีอดีตมืดมนร่วมกันชื่อ แชนนอน ในอู่ซ่อมรถยนตร์ และ “Driver” คนนี้เองก็ใช้ชีวิตแต่ละวันกับการเป็น สตันแมน ในกองถ่ายภาพยนตร์ในฉาก อุบัติเหตุ และฉากไล่ล่า ที่ต้องใช้นักขับ “ตัวจริง” มาแสดง ชีวิตของ Driver นั้นนอกจากจะอยู่ที่ อู่รถยนตร์ กองถ่ายภาพยนตร์ แล้วก็มีแค่อพาร์ทเม็นต์ของแค่นั้น

เรื่องราวชีวิตของ Driver อาจจะเรียบง่ายไปเรื่อยๆ หากว่าเขาไม่ได้พบกับ ไอรีน หญิงสาวที่มีลูกติดชื่อ อันโตนิโอ ผู้หญิงที่พักอยู่ห้องข้างๆ ของเขา ที่แม้กระทั่งตัวของเขาเองก็ตอบไม่ได้ว่าทำไม เขาถึงอยากรู้จักเธอ ณ วันที่พวกเขาพบกันครั้งแรกที่ ลิฟท์ของอพาร์ทเมนต์ เช่นกันในเรื่องของการงานแชนนอน นายจ้างขี้บ่นของ Driver เองได้รับข้อเสนอจาก กลุ่มมาเฟีย กลุ่มหนึ่งในการแข่งรถ GranPrix และเสนอตัว Driver ให้เข้าแข่งขัน ทั้งที่ตัวของ Driver เองก็ไม่ค่อยอยากจะทำธุรกิจกับคนพวกนี้เท่าไร แต่เพราะแชนนอนเคยมีพระคุณกับตัวเขา ก็ต้องลงเอยรับคำไป

ตัวเอกของเรา นั้นเริ่มมีขยายความสัมพันธ์ของเขากับไอรีนมากขึ้น การเลี้ยงดูลูกชาย เข้ากันได้ดี นัดออกไปขับรถเล่นกัน จนกระทั่งวันหนึ่งที่สามีของไอรีน ถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำ และจะกลับมาอยู่พร้อมหน้ากัน ไอรีน ตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ที่กำลังไปได้ดีกับตัวเอกของเรื่อง แม้ว่าลึกๆ แล้วตัวเธอเองนั้นก็มีความลังเลมากมายในตัวเองกับความรู้สึกจริงๆ ระหว่างชายที่เธอรัก กับ สามีที่พร้อมจะกลับใจเพื่อเป็นครอบครัวที่พร้อมหน้าอีกครั้ง ฉาก ในช่วงเวลานี้คือฉากที่แสนเจ็บปวดที่ตัวเอกของเราต้องเผชิญ อย่าง การเป็นแขกเพื่อนั่งร่วมวงทานอาหารค่ำกับ ไอรีน สามีของเธอ และลูก รับฟังทุกเรื่องราวทุกความทรงจำระหว่าง ครอบครัวของผู้หญิงที่เขารัก ซ้ำร้ายในเวลาต่อมา สามีของไอรีนต้องเป็นหนี้ของมาเฟีย และต้องไปรับงานปล้นธนาคารสินเชื่อ ทั้งยังโดนข่มขู่หากไม่ทำตามจะมีอันตรายถึงไอรีน และลูกชาย

Driver ของเราเลยต้องหวนกลับมาเป็นคนขับรถมือพระกาฬอีกครั้ง เพราะต้องการช่วยเหลือไอรีน และลูก โดยรับงานนี้เป็นงานสุดท้าย แต่แล้วทุกสิ่งก็ผิดพลาด เมื่อแผนการปล้นถูกซ้อนแผน สามีของไอรีนถูกหักหลัง และเสียชีวิต และตัวเขาเองก็ตกกระไดพลอยโจนที่ต้องมาเป็นส่วนหนึ่งของการปล้นซ้อนปล้นครั้งนี้ แต่เรื่องอะไรที่ตัวเอกของเราจะยอมตกเป็นเบื้ยง่ายๆ

ภาพยนตร์เรื่อง Drive ฉลาดพอที่จะไม่เล่าถึงปมหลังของตัวเอก “Driver” เลย แต่ให้ตัวเอกของเราแสดงแววตา และท่าท่างให้คนดูเดาได้เอง ไรอัน กอสซิง ทำได้ดีในจุดนี้ แววตาของคนที่ย่อนโยนจากใจจริงทำได้ดีมาก แววตาที่เลือดเย็นในการ “เอาคืน” แบบไม่ปราณีของเขาในตอนหลังก็ทำเอาคนดูสะใจได้พอตัว

เนื้อเรื่องมีจุดตกหล่นหลายจุดแต่พอให้อภัย ตัวละครที่น่าสงสารมีมากมาย แต่ที่น่าสงสารที่สุดนั้นคือตัวเอกของเราที่ต้องเผชิญหลายๆ สิ่งตั้งแต่ความรัก เพื่อนสนิท และการหักหลัง ฉากแอ็คชั่น และวางแผนแก้แค้นในช่วงกลางเรื่องไปจนจบเรื่องนั้น ถือว่า ดุ เด็ด และ สะใจ พอดู โดยเฉพาะฉากที่ตัวเอกของเราเดินหน้านิ่งๆ ไปในบาร์โป๊ พร้อมค้อนตอกตะปูเข้าไปฟาดแบบไม่บันยะบันยังกับไอ้ตัวแสบที่วางแผนหักหลัง

หลายคนที่คาดหวังว่า ภาพยนตร์เรื่อง Drive น่าจะมีฉากขับรถให้ดูมากมาย อาจจะผิดหวัง เพราะว่า Drive ชื่อของหนังอาจจะไม่ใช่เรื่องของการขับรถ แต่ Drive อาจจะหมายภาวะของคนที่อยู่หลังพวงมาลัย หรือคนที่รับผิดชอบ

ภาพยนตร์เรื่องนี้จะสอนว่าชีวิตก็เปรียบเสมือนการขับรถ คนที่เป็นคนขับรถ หรือ Driver นั้นเวาอยู่บนท้องถนน การตัดสินใจที่จะเลี้ยว ซ้าย หรือขวา หรือจะกลับรถนั้นต้องตัดสินใจทันที อีกทั้งหากมีคนที่นั่งข้างหลัง หรือคู่กับเราแล้ว เราเองต้องมั่นใจว่าเราจะขับรถ และพาพวกเขาไปถึงที่หมายโดยปลอดภัยที่สุด เช่นเดียวกับตัวเอก หรือ “Driver” ของเรื่องเมื่อมือของเขาปราศจากพวงมาลัยแล้ว เขาจะต้องขับเคลื่อนชีวิตของตัวเองต่อไปเช่นเดียวกับพวกเรา การตัดสินใจหลายๆ อย่างของชีวิตก็ไม่ต่างอะไรกับการหักพวงมาลัย ผลลัพธ์ที่ออกมาก็ไม่ต่างกันกับการขับรถ ถึงจุดหมาย เจออุบัติเหตุ

แต่อย่างน้อยๆ ภาพยนตร์เรื่อง Drive ก็ยังบอกกับเราเป็นนัยว่า ไม่ว่าจะขับรถ หรือขับเคลื่อนชีวิต หากเลี้ยว ผิดทาง หรือหลงทางแล้ว ถ้าเรายังคงเป็นคนขับ หรือ “Driver” เรายังมีโอกาส ถอย หรือ กลับรถได้ตลอดเวลา เพราะเส้นทางชีวิตที่เรารัก ที่เราเป็นนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องวิ่งทางตรงเสมอไป

ปล. ส่วนตัวชอบ OST ทุกๆ Track ของภาพยนตร์เรื่องนี้

Tags

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ บัญญพนต์ พูลสวัสดิ์

อาจารย์มหาวิทยาลัยสายไอที แต่ชอบเสพศิลป ชอบดูหนัง เรียกว่าเนิร์ดหนังก็ได้ ชอบ ท่องเที่ยว ชมงานศิลปะ และอ่านหนังสือ เขียน Blog เว็บนี้เขียนมาตั้งแต่อายุ 22 เมื่อก่อนเดินทางบ่อยมากตอนนี้นั่งดูหนังแล้วมารีวิวแบบ critics movie แทน

Related Articles

0 0 vote
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

1 Comment
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments
trackback

[…] Character Study (Drive, Revolver, Rock n Rolla) นั้นมีการสร้างมาเพื่อ […]

Back to top button
1
0
Would love your thoughts, please comment.x
()
x
Close

เราตรวจพบ Adblock บนบราวเซอร์ของคุณ

รายได้หนึ่งของเว็บไซต์คือ โฆษณา ของ Google ยังไงขอความกรุณาผู้อ่านทุกท่าน ปิด AdBlock บนบราวเซอร์ของท่าน เพื่อช่วยเหลือผู้เขียนด้วนะครับ :) ขอบคุณครับ