Moviesmovies-reviewsReview

Inception ติดกับ, ความจริง, ความลวง

ภาพยนตร์แนวล้ำของ คริสโตเฟอร์ โนแลน Inception ถือว่าเป็นภาพยนตร์ที่ต้องชมถึง 2 รอบขึ้นไปไม่ใช่เพราะว่าไม่เข้าใจแต่เพราะต้องทำความเข้าใจกับสิ่งที่ โนแลน จะสื่อออกมาอย่างถ่องแท้ต่างหาก เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่ คอบบ์ (ลีโอนาโด ดิคาปลิโอ) นักจารกรรมความฝัน และ อาร์เธอร์ (โจเซฟ กอร์ดอน ลิววิต) เดินทางเข้าสู่ความฝันของ ไซโต้ (เคน วาตานาเบ) แต่เกิดความผิดพลาดเมื่อ ไซโต้ นั้นรู้สึกตัวว่ากำลังฝันอยู่ และ ฉากในช่วงต้นนี้เองที่ตัวภาพยนตร์พยายามจะเล่าเรื่อง ทฤษฎี ของ ความฝัน ที่ซ้อนอยู่ในความฝันอีกที หรือที่เรารู้จักกันดีว่า “ฝันซ้อนฝัน”

 

หากมองย้อนกลับไปใน วิชา จิตวิทยา ที่หลายๆคนที่เคยลงเรียนเป็นวิชาเลือกสมัยเรียน มหาวิทยาลัย แล้วจะทราบความหมายของคำว่า “ความฝัน” เป็นอย่างดี ความฝันเป็นการทำงานของกลไกลสมองอย่างนึง เกี่ยวกับการแสดงภาพที่พบเห็นความทรงจำและสภาวะจิตใจ มนุษย์ทุกคน จะฝันในทุกครั้งที่นอนหลับ และทุกครั้งที่นอนหลับสมองจะฉายภาพที่เราได้รับรู้มาตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบัน เสมือนเล่นเทปวีดีโอซ้ำไปซ้ำมาทุกคืน และ วงจรกระแสไฟฟ้าที่เส้นประสาทบางตัวจะเกิดการผิดปรกติไปที่ส่วนการรับรู้ในการมองเห็น ทำให้ปรากฏเป็นภาพที่เราเรียกว่าความฝัน ประกอบกับสภาวะของร่างกายและจิตใจ ที่เข้ามาเสริมทำให้เกิดการแปรปรวนของสสารที่วิ่งไปมาผ่านกระแสไฟฟ้าของเส้นประสาททำให้เกิดการผิดเพี้ยนของเรื่องราวประกอบ ผสม ปนเป เป็นเรื่องที่ผิดแปลกจากความทรงจำ

 

ความฝันก็เหมือนการทำงานและรายงานของจิตใจคนเรา เรื่องราวที่สร้างออกมาและถ่ายทอดไม่ว่าจะเป็นเวลาที่เรานอนหลับ หรือ ตื่น (ที่เราเรียกว่าฝันกลางวัน หรือ วิกลจริต) มักเกิดจากอารมณ์ในเวลาปัจจุบันและความทรงจำในอดีต รวมกันเรียกว่า “จิตใต้สำนึก” คำนิยามจากทฤษฎีด้านจิตวิเคราะห์ของ ซิกมันด์ ฟรอยด์

ซิกมันด์ ฟรอยด์ ได้กล่าวถึงทฤษฎีของจิตใต้สำนึก ซึ่งโนแลน เองได้หยิบทฤษฎีส่วนนี้ในหลักของจิตวิเคราะห์ เกี่ยวกับการทำงานของ จิตใต้สำนึก ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างความเป็นจริงและความฝันหรือความทรงจำ อารมณ์และความรับรู้ ความรู้สึก อารมณ์ กามรมณ์ ทุกอย่างที่ไม่สามารถแสดงออกมาในโลกแห่งความเป็นจริง จะเข้าไป ผสมกับการับรู้ขณะนอนหลับทำให้เกิดเป็นความฝัน และ ในทฤษฎีของซิกมันด์ ฟรอยด์ จิตใต้สำนึกในความฝันมักจะปรากฏออกมาในเชิงสัญลักษณ์ตัวแทน เช่น เวลาที่เรานอนหลับเราปวดฉี่ จะฝันเห็นห้องน้ำและ ฝนตก, สีทอง และ อุจจาระ ที่คล้ายคลึงกัน ทำให้คนโบราณได้ทำนายว่าจะได้ลาภถ้าฝันเห็นอุจจาระ (ซึ่งเป้นจิตวิเคราะห์ ที่อ้างอิงได้ในเรื่องของ Latent Content, a symbolic language: Theory Dream Theories: Sigmund Freud )

ซึ่ง ซิกมันด์ ฟรอยด์ ได้กล่าวไว้อีกว่าหาก ปม หรือ จิตใต้สำนึกที่ ไม่ได้รับการตอบสนองหรือปลดปล่อยในชีวิตจริงซักทีจะเกิดเป็นอาการ หลงผิด และ ติดอยู่กับความฝัน และจะสร้างความทุกข์ให้แก่ผู้ประสบ เป็นอย่างมาก ซึ่งในปัจจุบัน คนที่เกิดอาการวิกลจริต ล้วนเกิดจากภาวะของ จิตใต้สำนึกที่ไม่ได้รับการระบายหรือตอบสนอง มีมากขึ้นกว่า 70% ในประเทศไทยจากกลุ่มผู้ป่วยที่วิจัยมา

คอบบ์ ตัวละครเอกของเรื่องก็เป็นหนึ่งของผู้ป่วยที่เผชิญกับอาการนี้ คอบบ์ ติดกับ ในความฝันกับ มอล ภรรยาของเขา มากเกิดไปจนแทบจะไม่ได้ตื่นขึ้นไปพบโลกแห่งความเป็นจริง มอลภรรยาของเขาตัดสินใจนำ โทเทม (Totem) อุปกรณ์คล้ายวัตถุ ที่สามารถล้มหรือหมดสมดุล เพื่อบอกถึง สภาวะที่เผชิญอยู่ว่าอยู่ในฝันหรือโลกแห่งความเป็นจริง เก็บไว้ในตู้นิรภัยเพื่อที่จะได้อยู่ในความฝันนี้กับผู้เป้นสามีตลอดไป เมื่อวันนึง คอบบ์ ต้องการที่จะออกไปจากความฝันและพบกับความเป็นจริง จึงทำการ Inception หรือที่เรียกว่าการปลูกถ่ายความคิด ให้ทราบว่าทุกสิ่งล้วนเป็นความฝัน และวิธีเดียวที่จะออกจากความฝันได้นั่นคือการเสียชีวิต ฉาก ทั้งคู่นอนรอความตายบนรางรถไฟนั่นคือการบอกลาโลกแห่งความฝันที่ทั้งคู่ได้สร้างสรร กันไว้ และเป็นจุดพลิกผันกับความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของคอบบ์ในเวลาต่อมา

และเมื่อไซโต้ ในโลกแห่งความจริง ได้รู้ทัน อาร์เธอร์ และ คอบบ์ จึงนำเสนอข้อตกลงใหม่กับคอบบ์ เพื่อกลับบ้านไปพบหน้าลูกๆ โดยแลกกับการทำ Inception กับ ฟิชเชอร์ นักธุรกิจหนุ่มทายาทของของ มัวริท ฟิชเชอร์ ที่กำลังจะเสียชีวิต โดยใช้หลักการ ภาวะ ฝันซ้อนฝัน ผ่านเครื่องมือที่เรียกว่า Lucid Dream กับการเสี่ยงตาย ภาวะการฝันท่เวลาเพียง 10 นาทีในปัจจุบัน อาจจะยาวนานถึง 10 ปีในความฝัน ซึ่งคอบบ์ต้อง รวมรวบทีม เช่น เอมส์นักปลอมแปลง และ สถาปนิกมือใหม่อย่าง เอเดรียด ที่ในตอนกลางเรื่องจะทราบว่าเด็กหญิงคนนี้ สามารถแยกแยะสิ่งที่ลวง และ จริง ได้โดยอาศัยสัญลักษณ์ของกระจก ภาพในกระจกที่เปรียบเสมือน ตัวตนที่เราเป็น หากมีมากกว่า 1 และมีภาพสะท้อนที่ไม่รู้จบ ก็เปรียบเสมือนการยึดติด และ ไม่ปล่อยวางเพียงแค่ทุกมันทิ้งไป ก็จะหลุดจากภาวะแห่งการยึดติดได้โดยไม่ต้องครุ่นคิดอะไร
การตีกระจกแตกของเอเดรียด บ่งให้ทราบว่าเด็กผู้หญิงคนนี้เป็นสถาปนิกความฝันที่สมบูรณ์ เพราะเธอเลิกที่จะแยกแยะมันได้ มากกว่าคอบบ์

ตัวละครในภาพยนตร์เรื่องนี้ทุกตัวล้วนมีปมภายในจิตใจ ที่สามารถตอบสนองปมที่มีนั้นได้ผ่านความฝัน เอม ที่สามารถเปลี่ยนรูปลักษร์และเข้าหาใครก็ได้ แท้จริงแล้วในโลกแห่งความเป็นจริงเขาอยากจะต้องการสิ่งนั้นอยู่ อาร์เธอร์กับการจูบปากของเอเดรียด ในความฝัน ทั้งที่ในโลกของความจริงเขาก็อาจจะไม่มีโอกาสที่จะตัดสินใจทำ ฟิชเชอร์กับการที่ได้สนทนากับผู้เป็นพ่อซึ่งในโลกความเป้นจริงทั้งคู่แทบจะไม่มองหน้ากับด้วยซ้ำ และคนสุดท้ายคือ คอบบ์ ความฝันเป็นสิ่งเดียวที่คอบบ์จะได้พบกับมอลและได้เจอหน้าเธออีกครั้ง และ โลกแห่งความเป็นจริงการไม่ได้พบลูกๆก็คือฝันร้ายของเขาเช่นกัน คอบบ์ จึงเป็นคนที่เผชิญฝันร้ายของความฝัน และ ฝันร้ายของความเป็นจริง แต่ฝันร้ายของคอบบ์เราจะทราบได้อย่างไรว่ามันเป้นฝันร้าย กับ สถานการณ์ไหน เพราะแท้จริงแล้ว เขากำลังตื่น หรือฝันอยู่กันแน่ นั่นคือฉากจบอันชาญฉลาดและคลุมเครือของ The Inception

โทเทม (Totem) เป็นสิ่งที่ใช้บ่งบอกว่า เรากำลังฝันหรือตื่น แต่ในตอบจนของเรื่องดทเทมก็ไม่ได้ช่วยให้เรามั่นใจว่าเราตื่นได้เต็มที่ สภาวะกึ่งความฝันกึ่งความเป็นจริง ภาพยนตร์เล่าไปถึงอาการลิมโบ (Limbo) ของคอบบ์ และ ไซโต้ อาการที่ตกอยู่ในห้วงเวิ้งในรอยต่อของความฝันและจิตใต้สำนึกเปรียบเสมือนคุกนรกที่กักขังจิตวิญญาณให้ออกมาไม่ได้ และ นอนรอความตายไปเรื่อยอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่ง ทั้งคอบบ์ และ ไซโต้ ได้เผชิญ แม้ว่าจะปิดแากก่อนตื่นด้วย ปืนในมือของไซโต้ และ โทเทม ที่ยังหมุนต่อไป การตื่นครั้งนี้ของทุกคน และ คนที่ชมภาพยนตรื ต่างตั้งคำถามไปจนถึงตอนจบ โทเทม ที่ยังคงหมุนและมีอาการสะดุด เมือนจะล้มเล็กน้อย แล้วตัวหนังก็ปิดฉากลง

หากสังเกตุดีๆ โทเทมที่เป็นลูกข่างของคอบบ์ คอบบ์เคยบอกว่า มันคือ โทเทม ของ มอล แล้ว โทเทมของคอบบ์คืออะไร? ลองสังเกตดีในฉาก ที่มอลปรากฏตัวคุณจะเห็น โทเทม ของ คอบบ์ ที่นิ้วมือ และที่แน่ๆ หากเรื่องทั้งหมดที่ยาวนานมาจนเหตุการณ์ของไซโต้เป็นความฝัน ฉากที่ มอลกระโดด ลงจากตึกเพื่อฆ่าตัวตายอาจจะเป็นการเรียกให้คอบบ์ รีบตื่นจากความฝันก็เป็นได้ ดังนั้นในอีกแฝ่หนึ่งคอบบ์อาจจะเป็นคน ติดกับ และ หลงไหล ไปกับจิตใต้สำนึกในความฝันไปเรื่อยๆก็ได้
ยังไงเสีย โนแลน ก็ยังคงปริศนาข้อนี้ให้ ถกเถียงกันต่อไป… แล้วคุณล่ะอยู่ในความฝันหรือความจริงในเวลานี้?

Tags

Banyapon Poolsawas

อาจารย์มหาวิทยาลัยสายไอที แต่ชอบเสพศิลป ชอบดูหนัง เรียกว่าเนิร์ดหนังก็ได้ ชอบ ท่องเที่ยว ชมงานศิลปะ และอ่านหนังสือ เขียน Blog เว็บนี้เขียนมาตั้งแต่อายุ 22 เมื่อก่อนเดินทางบ่อยมากตอนนี้นั่งดูหนังแล้วมารีวิวแบบ critics movie แทน

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Back to top button
Close

เราตรวจพบ Adblock บนบราวเซอร์ของคุณ

รายได้หนึ่งของเว็บไซต์คือ โฆษณา ของ Google ยังไงขอความกรุณาผู้อ่านทุกท่าน ปิด AdBlock บนบราวเซอร์ของท่าน เพื่อช่วยเหลือผู้เขียนด้วนะครับ :) ขอบคุณครับ