Home / Drama  / แสงกระสือ Inhuman Kiss (2019) รักสามเส้า เรื่องเล่า และ ความสิ้นหวังของหนุ่มสาว

แสงกระสือ Inhuman Kiss (2019) รักสามเส้า เรื่องเล่า และ ความสิ้นหวังของหนุ่มสาว

แสงกระสือ Inhuman Kiss ของ สิทธิศิริ มงคลศิริ นับว่าเป็นความกล้าที่จะหยิบตำนานขนบผีไทย มาตีความใหม่เล่าแบบไม่สนใจความเป็นไทย ผ่านเรื่องราวรักสามเส้า และอนาคตที่น่าห่วง

มีการเปิดเผยเนื้อหา

สามารถรับชมได้ใน https://www.netflix.com/title/81093122 เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ … ผมเองที่ดองการรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้มานาน เมื่อต้องชมความคาดหวังว่าจะมีเรื่องราวตำนานผีเก่าๆ ที่พ่อแม่ปู่ย่าตายายเล่า พร้อมบรรยากาศประหนึ่งคนล่าผีที่เน้นฉากตื่นเต้นน่ากลัว กลับกลายเป็นว่าในตอนท้าย แสงกระสือกลับเลือกจะปูทางให้กับตัวเองว่าเป็นเรื่องราวความรักที่น่าเศร้าที่หญิงสาวถูกสาป รักสามเส้าของหนุ่มสาว ภายใต้ภาพความขัดแย้งในโลกของผู้ใหญ่ผ่านการเล่าถึงสงครามที่เกิดขึ้นในพระนคร ความสะเทือนใจ และสิ้นหวังในในตอนท้าย เอาเป็นว่าถ้าคุณชอบเรื่องราวความรักแบบสยองขวัญ .. ก็ลองรับชมดู

ความชอบที่หนึ่งของแสงกระสือ แม้ว่าตัวหนังเองอาจจะธรรมดาด้วยซ้ำไปถ้าหากต้องรับชมหลายรอบ คือการเปลี่ยนเอาขนบความเป็นไทยจ๋า เก็บเข้ากล่องไปในเรื่องของการออกแบบผี ซึ่งผีในภาพยนตร์ไทยเราแทบจะรู้มาหมดแล้วก่อนจะปรากฏในหนังว่ามันคืออะไร ดังเช่น กระสือ และกระหัง ที่เราก็รู้มาตลอดว่ามันจะมีภาพลักษณ์เป็นแบบไหน แต่ความว้าวสำหรับ แสงกระสือ (หากดูแค่ครั้งเดียว) คือการเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องเล่าสมัยปู่ย่าตายาย กระทำการ Rebranding ภาพลักษณ์ของกระสือ และกระหังใหม่แบบถอดด้าม ให้ดูอินเตอร์ทั้งที่เรื่องราวเกิดขึ้นในบ้านนอกสักแห่งในประเทศไทย

โดยหนังเลือกจะให้ภาพจำของกระสือดูน่าสงสาร จะเป็นคนก็ไม่ใช่เป็นเดรัชฉานแบบสัตว์ก็ไม่ได้เหมือนดังที่ สาย นางเอกของเรื่องที่รู้ตัวว่าตนเป็นกระสือแล้ว ต้องบ่นพร่ำเพ้อถึง คางคก สัตว์เลื้อยคลานที่ดูเหมือนตัวประหลาด แต่แต่คนรังเกียจ แต่สัตว์ประหลาดนั้นก็มีหัวใจเหมือนกัน

ความชอบที่สองคือการนำเรื่องผีเป็นตัวรองแต่ เน้นที่รักสามเส้าเป็นจุดประเด็นหลัก เจิด น้อย และสาย นับได้ว่าเป็นวัยรุ่นของหมู่บ้าน แนวคิดหัวก้าวหน้าหลายเรื่องแตกต่างจากคนในหมู่บ้านทั้งหมดแม้แต่เรื่องของการมองไปถึงการล่ากระสือ(เปรียบเหมือนการล่าแม่มด, การเห็นต่างของคนที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาของตน)

เราจะเห็นผ่านมุมมองของสายที่เป็นกระสือ เจิด หนุ่มหล่อในหมู่บ้านที่หลงรักสาย ที่ต้องมาเจ็บช้ำในวันที่ น้อย นักศึกษาแพทย์หนุ่มกลับมาที่หมู่บ้านแล้วกลายเป็นสายและน้อยที่รู้สึกดีต่อกัน

ซ้ำน้อยเองที่รู้ว่าสายเป็นกระสือ แต่กลับเลือกที่จะหาวิธีไม่ให้สายออกมาจากบ้านโดยการนำไก่บ้านมาให้สายกินในทุกๆ คืน เพื่อไม่ให้กลุ่มล่ากระสือ พรานทัต จับได้ว่าสายคือกระสือ ด้วยเรื่องราวความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เจิดต้องเข้าร่วมกับทัต เพื่อต้องการปกป้องคนในหมู่บ้าน และสายจากกระสือ จนกระทั่งเราจะมารู้ภายหลังในจุดไคล์แม็กซ์ของหนังที่ว่าเจิดนั้นรู้อะไรบ้าง และทำไมจึงต้องเข้าร่วม จนหนังเลยเถิดทำให้ตัวเจิดเองต้องกลายเป็น สัตว์ประหลาด อย่างกระหังไป

ความชอบที่สามคือ ความดิสโธเปีย จัดๆ ที่ว่าด้วยความสิ้นหวังของชีวิตหนุ่มสาว ถ้านับว่าแล้วว่า เจิด สาย น้อย ทิ้ง 4 คนที่เป็นวัยรุ่นในหมู่บ้าน นอกเหนือจากพวกเขาถ้าไม่ใช่เด็ก ก็จะมีแต่คนยุคเก่าๆ ชาวบ้าน และคนกลางที่ก่อปัญหาอย่างทัต คือตัวแทนของระบบเก่าของผู้ใหญ่ที่ไม่ยอมรับถึงความต่าง ทั้งที่คนยุคใหม่กลับพยายามจะหาวิธีที่จะประณีประณอมและหาทางอยู่ร่วมบนความต่างให้ได้ เช่น น้อย ที่พยายามศึกษาและหาวิธีแก้ไขอาการของสายเป็นต้น แต่เจ้า ความต่าง ที่ว่าในมุมมองของคนสองวัยมันแทบจะไม่ใช่สื่งเดียวกันเลย มันเปรียบกระสือ ได้กลับ การยอมรับ เพศสภาพ LBGT ไม่ก็คือการยอมรับในการออกแสดงความเห็นต่างของเด็กไปจนถึง คนพิการ ที่ไม่ค่อยได้รับการยอมรับในสังคม แน่นอนว่าคนในระบบเก่าไม่มีทางให้โอกาส ความต่าง ที่ว่าแน่ๆ

แสงกระสือ เปรียบได้กับการยืนโต้วาทีระหว่างคนสองยุค โดยมีประเด็นทั้งเรื่องศาสนา การเมือง เพศสภาพ แสดงให้เห็นว่ามันยังคงเกิดความขัดแย้งจากระบบของคนรุ่นเก่าผ่านสิ่งที่ปรากฏในหนังคือ “สงครามในพระนคร”

ในตอนท้ายกระสุนที่ทะลุผ่านศรีษะร่างกระสือของสาย จากคนในหมู่บ้านที่เคียดแค้น แสดงถึงความสิ้นหวังของพลังจากคนหนุ่มสาวที่ไม่อาจเอาชนะบรรทัดฐานของสังคมที่ถูกเขียน และกำหนดขึ้นโดยคนรุ่นเก่า มันคือ จุดจบของชีวิตหนุ่มสาว และเสรีภาพที่เปรียบเหมือนมโนธรรมภาพฝันที่ หนุ่มสาว ตั้งใจกันต่อสู้ เช่นกับฉาก Flash Back ที่ว่าทั้งสามสัญญากันว่าเมื่อสงครามพระนครสงบ เราจะไปเที่ยวด้วยกัน ซึ่งแน่นอนว่า มันไม่มีทางเป็นจริง

คะแนน 7.5/10

daydevthailand@gmail.com

อาจารย์มหาวิทยาลัยสายไอที แต่ชอบเสพศิลป ชอบดูหนัง เรียกว่าเนิร์ดหนังก็ได้ ชอบ ท่องเที่ยว ชมงานศิลปะ และอ่านหนังสือ เขียน Blog เว็บนี้เขียนมาตั้งแต่อายุ 22 เมื่อก่อนเดินทางบ่อยมากตอนนี้นั่งดูหนังแล้วมารีวิวแบบ critics movie แทน

Review overview
NO COMMENTS

Sorry, the comment form is closed at this time.