Home / Drama  / Joker (2019) ความเลวมันโคตรสวยงามจริงๆ

Joker (2019) ความเลวมันโคตรสวยงามจริงๆ

Joker อาจจะเป็นภาพยนตร์ที่น่าจับตามองที่สุดในปี 2019 ทั้งในแง่ของเรื่องราว การล้างแค้น สังคม และการแสดงที่สุดยอดของ Joaquin Phoenix

อาจจะบอกได้ว่า Joker ในเวอร์ชันนี้เป็นได้เหมือนภาพยนตร์แนวล้างแค้นที่ยืมโลกของ DC มานำเสนอ และเลือกองค์ประกอบที่ลงตัวให้กับมุมมองหนึ่งของวายร้ายระดับตำนานอย่าง Joker ให้เราได้เข้าอกเข้าใจ และได้รู้ว่า นี่แหละหนาชีวิตที่ถูกสังคม และ การแบ่งแยกของชนชั้นในสังคมกระทำ เมื่อความบัดซบในประเดประดังเราก็ควรจะแก้ไขมันโดยการหักดิบเสียเลย

Arthur Fleck ชายหนุ่มที่มีความฝันที่จะเป็นนักแสดง Standing Comedy ที่พื้นเพเดิมนั้นมีทั้งอาการป่วย อาการหัวเราะไม่สัมพันธ์กับอารมณ์ (Pseudobulbar Affect) ที่เราจะสังเกตุว่า เมื่อใดที่เขากดดันหรือเครียดจะหัวเราะออกมา ทั้งชีวิตส่วนตัวที่อยู่ในพื้นฐานของความเศร้า หมองหม่น ทั้งยังถูกกดขี่จากเพื่อน และสังคม ที่สำคัญคือแม่ของเขา ทำให้การรับชมภาพยนตร์ Joker เรื่องนี้นั้นแตกต่างไป ไม่แปลกนักที่ใครไปดูหนังเรื่องนี้แล้วจะรู้สึก Down สู่ก้นบึ้งแห่งความหม่นมัว มันอาจไม่ได้ถึงกับบีบคั้นหัวใจของเราให้เห็นใจกับตัวละคร แต่ Todd Phillip กลับเลือกให้เราเห็นอกเห็นใจในสิ่งที่ Arthur Fleck หรือชื่อเล่นที่แม่เขาตั้งให้ชื่อว่า Happy กำลังเผชิญอยู่ และแกนเรื่องก็จะพาเราเดินทางไปเพื่อพบว่าทำไม คนธรรมดาอย่าง Arthur Fleck ตัวตลกข้างทางอาการป่วยไม่มีพิษมีภัยอะไรกับใคร เขาเหตุใดเขาจึงได้กลายเป็นอาชญากรที่ปลุกปั่นผู้คนให้เกิดความวุ่นวายได้ในนามว่า Joker

ความหดหู่ที่ Joker เลือกให้คนดูอย่างเราได้รับรู้หนักๆ คือ ความสวยงามที่ปรากฏระหว่างเรื่อง แต่…

เราจะรับรู้ว่าเรื่องราวดีๆ ที่สวยงามทั้งหญิงข้างห้อง Sophie (Zazie Beetz) แม่ผู้มีความหวัง หรือ เรื่องของ Thomas Wayne(Brett Cullen) เรื่องที่สร้างความหวังเรื่องราวแสนดีงามที่เกิดขึ้นเศษเสี้ยวน้อยนิดในชีวิตของ Arthur เป็นเพียงสิ่งที่เขาสร้างขึ้น เป็นเพียงภาพจินตนาการ ที่เขาสร้างมันเองทั้งหมด

ไม่ว่าจะเป็นการคิดว่าตัวเองมีความสุข ในการได้ออกรายการของ Murray Franklin (Robert De Niro) ได้สัมผัสความรู้สึกการตกหลุมรัก หรือทำกิจกรรมต่างๆ ในแบบของคนรักด้วยกัน กลับกลายเป็นเพียงแค่ “ภาพลวงตา” ไม่ได้เกิดขึ้นจริงแม้แต่น้อย ซึ่งในจุดนั้นแหละที่ทำให้เราเห็นอกเห็นใจ และหดหู่ไปกับ Arthur

ในวันหนึ่งที่ Arthur กำลังกลับบ้านหลังจาก ถูกไล่ออกจากงาน บนรถไฟใต้ดินตามปกติ เขาต้องพบกับวัยรุ่นคนรวย 3 คน ที่กำลังพยายาม Harrasment กับหญิงสาวชั้นกรรมชีพคนหนึ่ง โรคควบคุมการหัวเราะของเขาก็กำเริบ และเลยเถิดกลายเป็น ข่าวใหญ่ฆาตกรรม 3ศพ แต่สำหรับ Arthur เองกลับรู้สึกถึงความมีพลัง

ซึ่งเหตุการณ์รุนแรงที่ปรากฏขึ้นทีละเล็กทีน้อยนี้เอง ที่ได้เป็นจุดเริ่มต้นให้ Joker(ตัวตลก) กลายเป็นสัญลักษณ์ของ “การปฏิวัตร” ของชนชั้นล่าง ที่ออกมาจากปากของตัวแทนคนรวยอย่าง Thomas Wayne

ซ้ำยังต้องมารับรู้ว่า แม่ที่เขารัก นั้นไม่ใช่แม่เขาจริงๆ! และเรื่องราวที่เธอบอกแก่เขาเป็นแค่อาการทางจิต เขาเป็นเพียงแค่เด็กกำพร้าเก็บเอามาเลี้ยงแล้วทำทีว่าเขาเป็นลูก และถูกแฟนใหญ่ของแม่ทุบตี จนเกิดอาการป่วย ซึ่งในช่วงแรกเราจะสังเกตร่างกายที่ผิดรูปผิดร่างของเขา แล้วพอมาทราบเหตุผลทีหลังจะเห็นว่าเราจะหดหู่มากขึ้น เมื่อเห็นกระดูดผิดรูปที่ปูดโปนผิดสัดส่วน เพิ่มดีกรีความเศร้าไปใหญ่ และนั่นเองที่ทำให้เขารู้แล้วว่า ชีวิตมันแสนบัดซบ ไม่มีอะไรที่บ่งบอกถึงตัวตนของเขาเลย

กระบวนการล้างแค้นให้กับสังคมที่ห่วยแตก เมื่อเขากลายเป็นตัวแทน Joker ตัวตลก/คนชั้นล่าง ที่ออกมาต่อสู้กับระบบทุนนิยม Capitalism สังคมหน้าไหว้หลังหลอก เขากลายเป็นอาชญากร ตัวเอ้ที่ชื่อ Joker จำต้องเริ่มต้นขึ้น และนั่นเองเมื่อ Arthur ได้กลายเป็น Joker ภาพยนตร์ก็นำพาให้เราได้เห็นความสวยงามอีกมุมมองหนึ่งของ สิ่งที่เรียกว่า ความเลว

That’s Life ของ Frank Sinatra เพลงประกอบชั้นดีที่ทำให้ภาพ และอารมณ์ของหนัง แม้แต่ตัว Arthur เองอยู่บนความลงตัว เขาร้องทุกท่อนของเพลงที่เกี่ยวกับความทุกข์ แต่เมื่อถึงท่อนฮุกที่บอกถึงความสุข และโลกที่สวยงามที่หมุนต่อไปเขาเลือกที่จะหยุดร้องแล้วสูบบุหรี่…

สรุปคือ 9/10

กังวลคือกลุ่มนักดูหนังเลเวล 1 ที่ยังแยกแยะไม่ได้ เพราะแก่นของภาพยนตร์เรื่องนี้มันเหมาะกับคนที่มีวุฒิภาวะดูระดับหนึ่ง มันมีการตีความ มันมีเชิงสัญลักษณ์ในการวิพากษ์สังคม และระบบทุนนิยม มันคือหนังล้างแค้นระบบที่ใช้ความรุนแรงเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งคนที่ไร้วุฒิภาวะดูจะได้แค่คำว่า ความเลว มันเจ๋งดี ไม่ก็ลองหาวิธีกดดันใครสักคนให้บ้าดีกว่า…

POST TAGS:

daydevthailand@gmail.com

อาจารย์มหาวิทยาลัยสายไอที แต่ชอบเสพศิลป ชอบดูหนัง เรียกว่าเนิร์ดหนังก็ได้ ชอบ ท่องเที่ยว ชมงานศิลปะ และอ่านหนังสือ เขียน Blog เว็บนี้เขียนมาตั้งแต่อายุ 22 เมื่อก่อนเดินทางบ่อยมากตอนนี้นั่งดูหนังแล้วมารีวิวแบบ critics movie แทน

Review overview
NO COMMENTS

Sorry, the comment form is closed at this time.