Home / Drama  / Manchester by the Sea (2016) หัวใจที่แสนบอบช้ำเกินจะเยียวยา

Manchester by the Sea (2016) หัวใจที่แสนบอบช้ำเกินจะเยียวยา

Manchester by the Sea ชื่อไทย “แค่… ใครสักคน” เรื่องราวของ Lee Chandler ชายที่ต้องเดินทางกลับไปยังเมืองที่เต็มไปด้วยความทรงจำแสนเจ็บปวดที่เกินเยียวยา

ว่าด้วยเรื่องของความร้าวรานของจิตใจที่แตกสลาย จิตใจที่บอบช้ำ แตกละเอียดเป็นชิ้นๆ ไม่สามารถประติดประต่อให้มันกลับมาได้เหมือนเก่า ที่เราทุกคนต่างต้องเคยพบเหตุการณ์นี้มาบ้างไม่มากก็น้อย บางคนที่ภูมิคุ้มกันมากก็สามารถเยียวยาตัวเองได้มาก บางคนที่ภูมิคุ้นกันน้อยก็ต้องใช้เวลา และเงื่อนไขที่นานกว่า ที่จะกลับมาเป็นดังเก่าก็ขึ้นอยู่กับปัญหา และประสบการณ์ที่พบมาตลอดช่วงเวลาที่หายใจ ในบางครั้งบางเรื่องก็เกินกว่าจุดที่จะกลับมาปกติ ไม่แปลกที่บางทีเราจะเห็นใครสักคนที่ อยู่กับความทุกข์ของตน วังวนของความเจ็บปวดในแต่ละวัน และก็ไม่แปลกที่บางคนก็ไม่สามารถอดทนที่จะพบกับสิ่งที่ตอกย้ำความรู้สึกของตนเองได้เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมเก่าๆ ที่นำเรากลับไปคิดถึงจุดนั้นเสมอ Manchester by the Sea เป็นการพาเราไปพบกับตัวอย่างหนึ่งของชีวิตที่ต้องอยู่กับหัวใจที่แตกสลาย ชายที่ตัดสินใจปลิดชีพตัวเองก็ทำไม่ได้ เหลือเพียงเศษเสี้ยวของความเป็นมนุษย์ที่ต้องอยู่เพื่อคนข้างหลัง ทั้งที่ภายในจิตใจแทบไม่เหลืออะไรให้ยึดเหนี่ยว รอยแตกร้าวของหัวใจไม่มีทางจะซ่อมแซมหรือเยียวยาให้กับมาเหมือนเดิมได้อีกต่อไป

Lee Chandler (Casey Affleck) เป็นเพียงภารโรงประจำอะพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่งในเมือง Quincy ชายหนุ่มผู้ไม่สนโลก ไม่แคร์สังคม ใช้ชีวิตอยู่แบบไร้ความหมายไปวันๆ อมพะนำ หาเช้ากินค่ำ เมามาย ก่อเรื่องวิวาท หรือ หาเรื่องแม้กระทั่งลูกค้าของเขา วันต่อวัน Lee กระทำเพียงการก้มหน้าทำงานหาเลี้ยงตัวเองไปตามเวลาของโลก จนกระทั่งถึงจุดเปลี่ยนของชีวิตเมื่อพี่ชายที่เขานับถือ Joe (Kyle Chandler) เสียชีวิตกับอาการป่วยที่ประคับประคองมานาน Lee จำต้องเดินทางกลับไปยังบ้านเกิดในเมืองเล็กๆ ติดชายฝั่งที่ชื่อ Manchester by the Sea ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับเมือง Manchester ในประเทศอังกฤษเลยแม้แต่น้อย การเดินทางกระทันหันครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่แสนลำบากของเขาทั้งที่เมือง Manchester by the Sea ที่ว่านั้นห่างจาก Quincy เพียงไม่กี่ชั่วโมง ระยะทางแค่ไม่กี่ชั่วโมงกับใบหน้าแสนลำบากใจของ Lee นี่แหละที่บอกเราได้ชัดว่า สถานที่ที่เขาจากมานั้นมันมีอะไร ทำไมเขาจึงไม่อยากกลับไป

การกลับไปยังเมือง Manchester by the Sea ของ Lee เป็นอะไรที่ลำบาก กระอักกระอ่วนแค่ไหน ก็เหมือนชีวิตต้องเผชิญเรื่องลำบากใจต่อเมื่อ Joe พี่ชายแสนดีของเขาได้เขียนพินัยกรรมให้ Lee ต้องเป็นผู้ปกครองของ Patrick (Lucas Hedges) ลูกชายวัยรุ่นคนเดียวของ Joe ซึ่ง Lee จำต้องใช้ชีวิตกับความทรงจำที่แสนเจ็บปวดในเมืองแห่งนี้ พร้อมกับดูแลหลานชาย Patrick ไปด้วยกัน  ซึ่ง Manchester by the Sea ทำได้ดีในการนำเสนอความสัมพันธ์ของ อา-หลาน คู่นี้ที่ต่างคนต่างเห็นอกเห็นใจ ช่วยเหลือประคับประคองกันไปตลอดเรื่อง และ Manchester by the Sea ก็ยังเลือกที่จะพาเรา Flash Back กลับไปยังเหตุการณ์ก่อนหน้าของ Lee ความทรงจำอันเจ็บปวด ที่ส่งผลให้หัวใจของเขาต้องบอบช้ำเกินกว่าจะเยียวยา หรือหาอะไรมาทดแทน

ระหว่างเวลาที่อยู่ ณ Manchester by the Sea ทุกสิ่งที่ปรากฏต่อหน้า Lee ทั้งอดีต และปัจจุบัน เป็นการตอกย้ำถึงความเจ็บปวดของเขากับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เรื่องราวของครอบครัวของ Lee ภรรยาเก่าที่เขาต้องพบอย่าง Randi Chandler (Michelle Williams) กับการตอกน้ำรอยบาปที่เขาก่อ อดีตเรื่องราวที่ทำให้เขาแทบจะไม่อยากอยู่บนโลกใบนี้อีกต่อไป แต่เขาต้องอยู่เพราะจำต้องอยู่เพื่อ Joe และคนอื่นๆ

MBTS_3869.CR2

Manchester by the Sea พาเราเดินทางไปกับ Lee ชายที่หัวใจแตกสลายกับบทเรื่องราวภาพยนตร์ที่ไปเรื่อยๆ เนิบๆ แต่ไร้ซึ่งความน่าเบื่อ เพราะระหว่างที่เรื่องดำเนินไปผ่านมุมมองของ Lee นั้น เหตุการณ์ทั้งหมดก็จะพาเราประติดประต่อ เอาเศษเสี้ยวหัวใจที่แตกร้าวของ Lee มารวมกองไว้ตรงหน้าที่ละชิ้น ไปจนครบทุกชิ้น เพิ่มระดับดีกรีความเจ็บปวดให้กับเราให้รู้สึกตามไปอย่างต่อเนื่อง เริ่มโดยการนำความโศกเศร้าของตัวละครมาไว้ที่คนดูอย่างเรา แล้วก็ค่อยๆ พาเดินทางลงลึกไปเดินย่ำเพิ่มระดับความเจ็บปวด ตอกย้ำให้เกินจะทนทานพร้อมกับตัวละคร ให้จิตใจของคนดูอย่างเราสามารถเข้าใจว่า Lee ต้องผ่านความทุกข์ระทมของชีวิตอะไร ผ่านสีหน้า แววตาที่เยือกเย็น และ ความเจ็บปวดรวดร้าวที่จำต้องอดกลั้นอยู่ข้างในไม่สามารถแสดงมาได้จนเกินจะทน

ไม่แปลกที่ได้รางวัลมากมาย ซ้ำการดำเนินเรื่องนั้นก็น่าสนใจ เพราะมันดำเนินเรื่องได้ Real แบบสมจริง ในมุมมองที่ว่าสถานการณ์แม้จะเจ็บปวดรวดร้าวแค่ไหน ชีวิตเราก็ต้องเจอสถานการณ์ที่ต้อง ทำให้หยุดคิดเรื่องนั้นแล้วแก้ไขสิ่งตรงหน้าหรือ ประชันหน้ากับมัน (ฉากตลกเรื่องที่จอดรถ บนความหนาว, ฉากยิ้มครั้งแรกของ Lee ในช่วงท้าย กับ หลานชายจอมกระล่อน)

หากใครคาดหวังว่ามันจบแบบ Feel Goods ไหมอาจจะขอตอบได้ว่ามัน Feel Goods บนความ Bad, คือ… มันหาทางออกให้กับตัวละคร และเรื่องราวได้ลงตัว และสมบูรณ์ ทุกฝ่าย

แต่ถ้าลงลึกว่า ในตอนท้าย Lee กลับมาปกติไหมตอบเลยว่า ไม่…

มันไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่คนธรรมดาอย่างเราๆ จะสามารถแก้ไขเรื่องราวผิดพลาดในอดีตได้ สถานที่คุ้นเคย เหตุการณ์ หรือคำพูดที่ไม่เข้าใจของคนที่อยู่ตรงนั้น ยังคงทำร้ายเราได้ทุกครั้ง เพราะมนุษย์มีความจำที่ดี และความจำที่ดีมักจะเป็นสิ่งที่ตอกย้ำเรื่องราวที่เราไม่สามารถจะลืมมันลง

แม้ว่าใครจะว่ายังไงถึงการกระทำของ Lee หรือ ความทรงจำ บรรยากาศในเมืองที่ตอกย้ำอดีต เหตุการณ์คำพูดที่ทำร้ายจิตใจของคนที่เข้าใจ หรือเข้าใจผิดจะเป็นยังไง มันก็ไม่มีทางจะทำให้ Lee กลับมาอยู่ในสภาวะเดิมได้ เพราะหัวใจของเราบอบช้ำ และเขาจำเป็นต้องอยู่ต่อไปเพื่อคนข้างหลัง ทั้งที่ ทุกวันนี้ก็แทบจะฝืนตื่นขึ้นมาให้หายใจ

สิ่งเดียวที่ Lee ทำได้คือ…

การหาวิธีการที่จะต้องอยู่กับความทุกข์ให้ได้ แบบชินชา และถาวร

คะแนน 10/10

Casey Affleck ทำได้ดีมากในบุคคลิก และความรู้สึกที่ถ่ายทอดออกมาในบทบาทของ Lee, ฉากแย่งปืนของตำรวจเป็นอะไรที่ทำให้ผมน้ำตาไหลออกมาได้, ประโยคในตอนท้าย “I can’t beat it…, I can’t beat it” คือสิ่งที่ตอบทุกสิ่งทั้งเรื่องได้อย่างสมบูรณ์

daydevthailand@gmail.com

เขียน Blog นี้ตั้งแต่ อายุ 22 เที่ยวมาแล้ว 22 จังหวัด ปัจจุบันเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย แต่ชอบดูหนัง ท่องเที่ยว ชมงานศิลปะ และอ่านหนังสือ เขียน Blog

Review overview
NO COMMENTS

Sorry, the comment form is closed at this time.