Home / Movies  / Mississippi Burning (1988) ถูกเสี้ยมให้เกลียดกัน

Mississippi Burning (1988) ถูกเสี้ยมให้เกลียดกัน

ประเด็นของการเหยียดสีผิว (Racism) ในอเมริกาถูกถ่ายทอดออกมาเป็นภาพยนตร์สืบสวนสอบสวนชั้นยอดสุดคลาสสิคใน Mississippi Burning ที่เจ้าหน้าที่ FBI สองนายต้องประสบ

MississippiBurning-0

เป็นหนังคลาสสิคยุค 80 ที่ยังหาดูได้ตลอดเวลาโดย Mississippi Burning นั้นถูกยกย่องให้เป็นหนังยอดเยี่ยมในการเล่าชั้นเชิงที่สมจริงบนกระบวนการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ FBI และ แกนหลักของเรื่องที่ซ้อนทับเข้ามาคือประเด็นของการเหยียดสีผิวที่เกิดขึ้นในรัฐมิสซูรี

MississippiBurning-2

ภาพของหนังเปิดเรื่องได้อย่างเข้าใจง่ายโดยไม่ต้องมีคำอธิบายอะไร แค่แท่นดื่มน้ำที่ถูกแบ่งอย่างชัดเจนระหว่าง White และ Colored ที่เล่นเอาอึ้งสนิทเมื่อเจอเปิดเรื่องแบบที่ว่า ต่อด้วยการเร่งความกระจ่างของเรื่องให้ชัดเจนขึ้นอีกกับเด็กวัยรุ่น ผิวขาว 2 คน และผิวดำ 1 คนในรถกระบะถูก รถยนต์ไล่ล่า และเรียกตัวออกมายิงพร้อมเสียงเฮฮาของคนที่ก่อเหตุว่าเหลือคนดำ “นิโกร” (เป็นคำด่าที่ไม่ควรไปเรียกคนผิวดำแบบนั้นปรากฏเต็มเรื่อง)

MississippiBurning-5

การหายตัวไปของวัยรุ่น 3 คนที่เราทราบดีว่า “ไม่น่ารอด” ตอนต้นเรื่องทำให้เจ้าหน้า FBI สองนาย คือ Gene Hackman และ Willem Dafoe ในบทของ เจ้าหน้าที่ Rupert Anderson และ เจ้าหน้าที่ Alan Ward  ต้องมาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ของมิสซิสซิปปี รัฐมิสซูรีแห่งนี้

MississippiBurning-1

ซึ่งเมื่อสืบไปสืบมา เราจะทราบว่า วัยรุ่น 3 คนที่ว่า ที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยนั้นคนกลุ่มตัวแทนของ Martin Luther King ผู้ปลุกระดมต่อต้านการเหยียดผิว และเรียกร้องสิทธิเสรีภาพความเท่าเทียมกันของคนผิวสี

MississippiBurning-8

และการหายตัวอย่างไร้ร่องรอยก็ยิ่งมีกลิ่นของกลุ่มคนผิวขาวในมิสซิสซิปปี เกี่ยวกับกลุ่ม  Native America ผิวขาวที่รังเกียจคนผิวดำ ถึงขั้นที่เปิดตัวเป็นลัทธิ The Klan (หรือ Ku Klux Klan ลัทธิหมวกขาวที่พร้อมจะกวาดล้างคนผิวดำให้หายไปจากโลก รวมไปถึงคนผิวขาวด้วยกันที่สนับสนุนคนผิวดำ ชนิดที่เรียกว่า ศาลเตี้ยเรียกพ่อ)

MississippiBurning-9

MississippiBurning-10

เชื่อหรือไม่ว่า ตลอดเวลา 2 ชั่วโมงกว่าๆ ที่ตัวเอกทั้ง 2 ของเราต้องทำงานนั้นการเล่าเรื่องได้สะท้อนถึงความรุนแรง และการกระตุ้นความสงสัย ประกอบกับการสร้างอารมณ์โกธรเคือง ที่เกิดจากความเกลียดชังในก้นบึ้งของคนผิวขาวจอมเหยียดผิวเหล่านั้นผ่านการกระทำแบบทารุณกรรมในหนัง เราจะพบเหตุการณ์ที่เราต้องพบในแบบที่ ทำไปได้ยังไง ซ้ำร้ายตัวเอกก็ตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำเสมอเมื่อ กลุ่มคนผิวดำนั้นก็ได้แต่เพียงหุบปากเงียบ

MississippiBurning-6

สิ่งที่ชอบ คือการเล่าถึงกระบวนการได้มาซึ่งข้อมูลของ เจ้าหน้าที่ ที่ฝ่ายของ Ward นั้นคือหนุ่มไฟแรง จะทำงานเป็นขั้นเป็นตอน และ เชื่อมั่นในตัวเอง เมื่อถูกชาวเมืองก่อกวนก็จะใช้วิธีเยือกเย็น แต่ รอบคอบ เช่นการ เรียกำลังเสริมมาแบบขนาดใหญ่ หรือกว้านซื้อพื้นที่เพื่อความปลอดภัย และสะดวกแก่การทำงาน Ward จะใช้วิธีอ้างอิงถึงสภาพการ หลักฐาน และข้อมูลจากพยาน แต่สำหรับ Anderson จะเป็นรุ่นเก๋าเกม จะใช้วิธีห้าวๆ แต่ฉลาดใช้การเค้นให้ได้มาซึ่งข้อมูล และการใช้วิธีการ แบบไร้กฏเกณฑ์ให้การ จัดการกับผู้ต้องสงสัย

MississippiBurning-7

MississippiBurning-11

แม้ว่าจะเป็นหนังเก่า แต่ก็แนะนำว่าให้ดูครับ เพราะชั้นเชิงการเล่าเรื่องนั้นโดดเด่น และไปอย่างรวดเร็วกระชับ แม้ว่าจะมีแค่บทสนทนา และแทบไม่มีฉากแอ็คชันอะไรเลย

MississippiBurning-3

MississippiBurning-4

แต่กระบวนการของ FBI และการใช้ไหวพริบสืบสวนสอบสวนนั้นถือว่าสมจริง ไปจนถึงประเด็นของสีผิวที่สะท้อนอารมณ์ของคนทั้งสองฝ่ายได้อย่างเข้มข้น หนังเก่าก็สนุกนะครับไปลองหามาดูกันก็ดี

“ความเกลียดชังไม่ได้เกิดมาพร้อมกับเราทุกคนหรอกครับ ความเกลียดชังมันเกิดจากการเสี้ยมสอน”

ดูหนังเสร็จ เอาประโยชน์เมื่อกี้มาคิด และย้อนดูกับความขัดแย้งของขั้วการเมืองในประเทศไทยก็ดีครับ

คะแนน 8.5/10 ประเด็นชัด เนื้อเรื่องกระชับ อยากให้ตำรวจไทยดูจังเลย

POST TAGS:

daydevthailand@gmail.com

เขียน Blog นี้ตั้งแต่ อายุ 22 เที่ยวมาแล้ว 22 จังหวัด ปัจจุบันเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย แต่ชอบดูหนัง ท่องเที่ยว ชมงานศิลปะ และอ่านหนังสือ เขียน Blog

Review overview
NO COMMENTS

Sorry, the comment form is closed at this time.