เวส แอนเดอร์สัน ผมพูด ถึงชื่อผู้กำกับและสร้างผลงานภาพยนต์ ถ้าพูดถึงชื่อบุคคลนี้ คุณอาจจะไม่รุ้จัก แต่ถ้าหากคุณเคยดูผลงานเก่าๆของเค้า มาก่อน คุณจะรู้ความจริงว่า เวส แอนเดอร์สัน สามารถสร้างสรรค์ผลงานให้ อยู่ในประเภทที่ว่าหากชอบคุณจะชอบมากๆ แต่ถ้าเกลียดคุณก็จะเกลียดสุดๆ

เดอะ ดาร์จีลิ่ง ลิมิเต็ต กล่าว ถึงการเดินทาง ของจิตวิญญาณ ของ สามพี่น้องที่ไม่ค่อยจะคุยหรือรักกันเท่าไหร่หรอกครับ ทั้งสามต้องเดินทางไปประเทศอินเดีย เพราะ ฟรานซิส พี่ชายคนโดต (โอเว่น วิลสัน) ได้วางแผนที่สืบหา แม่ และรู้ว่าแม่บวชเป็นแม่ชีที่อินเดีย เลย หลอกล่อน้องๆ ทั้งสองคน ปีเตอร์ (แอนเดรียล โบรดี้) และ แจ็ค (เจสัน ชวาสแมน) จุดเด่นของภาพยนต์คือ ในเวปไซต์ ddeeradio.com ได้ให้คำวิจารณ์ว่า : แอ นเดอร์สันยังคงพูดถึงความสำคัญของสถาบันครอบครัว อิทธิพลของพ่อและแม่ที่มีต่อลูกๆ ข้อคิดง่ายๆแต่ทำยาก และย้ำอย่างชัดเจนอีกครั้ง ว่าความรักจะคงอยู่และดำเนินต่อไปได้ ก็ต่อเมื่อเรารู้จักการให้อภัย เป็นเสมือนภาคขยาย ของ The Royal Tenenbaums และ The Life Aquatic With Steve Zissou ผมเดาเอาว่าน่าจะเป็นภาคจบ ของไตรภาค นิทานสำหรับผู้ใหญ่ชุดนี้ เพราะถ้าพูดถึงตัวตนของผู้กำกับ ที่เป็นเด็กบ้านแตกคนหนึ่ง แอนเดอร์สัน ทำ 2 เรื่องแรกเหมือนการไถ่บาปให้พ่อ และ เรื่องนี้เขาเหมือนจะทำเพื่อเพื่อนร่วมอุดมการ์ณ ( บ้านแตก ) ในการที่จะตั้งรับกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในครอบครัว ปรัชญาเด็ดๆของแม่ที่บอกลูกกินใจที่สุดในเรื่องนี้คือประโยคที่แม่พูดว่า ที่มาและ อ้างอิง: http://www.ddeeradio.com
ไอ้เรื่องมาตามหาแม่ทำไมพี่ชายคนโตต้องปิดเป็นความลับเหรอครับ
ก็ เพราะว่า เหตุการณ์งานศพของพ่อ ผู้เป็นแม่ไม่ได้ไปร่วม งานศพและหายหน้าหาย ตาไปพร้อมกับความ บาดหมาง คลางเคืองของ สามพี่น้อง ด้วยความที่ น้องๆจะไม่มาแน่ๆหากบอกว่ามาหาแม่ ฟรานซิสจึงจำเป้นต้องหลอกล่อน้องๆแทน

งาน โปรดักชั้น มุมกล้อง การจัดวาง Position ขององค์ประกอบ ในโทรสีสว่าง และ สดใส คมชัด สวยงาม สไตล์ลูกคนรวย ทำให้ได้ภาพที่ เหมือน มองจาก ภาพเขียน ในห้องโชว์นิทรรศการ ว่างั้นเลย

เดอะ ดาร์จีลิ่ง ลิมิเต็ต โดดเด่นด้วยสัญลักษณ์ ที่มีอยู่มากในหนัง ซึ่งไม่ยากเกินสำหรับการตีความ ไม่ว่าจะเป็น
ขบวน รถไฟ กระเป๋าเดินทาง พิธีศพ การเกิด การตาย และอีกมาก โดยมีปรัชญาศาสนาตะวันออก ที่ว่าด้วยเรื่อง ของกรรมแฝงอยู่ ทั้งหมดนี้สอดประสานกลมกลืนไปกับเนื้อเรื่อง ของหนังได้อย่างลงตัว แต่ก็เหมือนกับเรื่องอื่นๆของผู้กับกับฯ แอนเดอร์สันเล่ามันผ่านๆ คนดูนึกได้ก็ได้ คิดไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เหมือนครั้งแรกที่ฟรานซิสบอกน้องๆว่า “ นี่เป็นการเดินทางของจิตวิญญาณ ” คุณเชื่อในสิ่งที่เขาบอกหรือไม่ ? เพราะประเด็นสำคัญที่แอนเดอร์สันต้องการสื่อถึงคนดูมากที่สุด น่าจะอยู่ในฉากแรกและฉากสุดท้ายของหนัง (ไปดูเองนะครับ ว่าทำไม แต่ใบ้ให้เป็นฉากเกี่ยวกับ รถไฟครับ)


“ฉันเคยสงสัยว่าเราสามคนจะเป็นเพื่อนกันได้ไหม ถ้าไม่ใช่ในแบบที่เป็นพี่น้องกัน”
ผมคิดว่าเขาพูดเพราะรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ...

สิ่งหนึ่งที่จะอยู่ติดตัวกับเราไปตลอดเส้นทางของชีวิต คือ ความทรงจำ และถ้าไร้ซึ่งความทรงจำ
หลายครั้งที่เรื่องบางเรื่องอยากจำกลับลืม อยากลืมกลับจำ
ดีที่สุด... คือพยายามนึกถึงแต่เรื่องดีๆเวลาคิดถึงใครบางคน...

“ บางทีการที่เราพูดอะไรในใจ มันจะเปิดเผยตัวตนของเราได้ดีที่สุด ”































