Home / Thailand  / ผจญภัย ณ ภูสอยดาว มิตรภาพ ณ ลานสน

ผจญภัย ณ ภูสอยดาว มิตรภาพ ณ ลานสน

กลับมาพาเพื่อนๆมาเที่ยวตามเคยรอบนี้ BukHUM เว็บมาสเตอร์ของ “คนเดินทาง “แห่งนี้พาไปเที่ยว ภูสอยดาวก็เป็นเวลา เกือบ 5 เดือนให้หลัง หลังจากที่หอบเอาหัวใจช้ำๆไป ทิ้งที่ สังขละบุรี ในวันฟ้าหม่นเหล่า เพื่อนๆก๊วนเดิมของเราก็ได้ นัดแนะ อีกครั้ง ว่าเดือนธันวาคมเราจะไป “ภูสอยดาว” ซึ่งสำหรับผมแล้ว นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่ผมจะได้ปีนภู แห่งนี้อีกครั้ง ซึ่งการเดินทางครั้งนี้ เริ่มขึ้นหลังจาก อวยพร คุณพ่อ ในวันพ่อ (จริงๆเดินทางคืนวันที่ 4 ธันวาคม 2552) แล้วมาโทรอวยพรพ่อที่ จังหวัด อุตรดิตถ์ วันที่ 5 ธันวาคม 2552 ซึ่งลานต้อนรับ ของเจ้าหน้าที่นั้น ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายครับ เพราะเป็นวันพ่อแห่งชาติ


แต่อย่าให้พูดนา มีนักท่องเที่ยวที่ไปภูสอยดาวครั้งนี้ เยอะมากครับมากถึง 500 กว่าคนเลยทีเดียวในวันที่เรากำลังจะปีนภูสอยดาวกันแน่นอนว่า เราจะต้องจอดรถ ที่ตลาดแล้วซื้อหาของกินของใช้ น้ำเปล่า แล้วแบกของเท่าที่จำเป็นขึ้นไป บนภูนั่น เพราะเมื่อสองปีก่อน ผมมาที่ภูนี้ วันที่ 5 ก.ค. 2550 ซึ่งแปลกตรงที่เป็นวันที่ 5 เหมือนกันต่างกันตรงที่ ครั้งนั้นผมมาถ่ายดอกหงอนนาค ใหน้าฝนและทางปีนนั้น ลำบากกว่า ตอนนี้เยอะ

น้ำตกภูสอยดาว ด้านล่าง

น้ำตกภูสอยดาว ด้านล่าง

ภาพ วิวสวยๆของน้ำตกที่ ตีนภู คืนที่เดินทางนั้น ด้วยว่านายแบงค์(หนึ่งในสมาชิกของเว็บไซต์)ได้ขอบายในทริปนี้ ผมเลยจำเป็นต้องเอารถของตัวเอง มาช่วยเสริมการเดินทางอีกคัน  โดยที่ระหว่างเดินทางเราจะใช้ วิทยุ ว. หากันไม่ตลอด ขำดี เวลาเดินทางแบบนี้ไม่ง่วงเลย

สาวๆในทริปนี้จะเดินรั้งท้าย กลุ่มผม และ ป้อมครับ โดยที่มีพี่เสิดเดินคุมความเรียบร้อยรั้งท้ายไปกับ นายบอยครับ ระหว่างจะมี เนินต่ามากมายรอเราอยู่ เสียงบ่น เสียงหอบมีเยอะแยะ ตามทางให้ได้ยินครับ

ลูกหาบ ครับ

ที่น่าทึ่งก็คงจะเป็นลูกหาบครับ สามารถแบกของสัมภาระได้มากถึง 50 กิโลกรัม ต่อ คนแหนะ ส่วนเด็กตัวเล็กก็ 20 กิโลกรรม เดินขึ้นลงปรกติใช้รองเท้ายาง เพียงคู่เดียว วันละหลายๆรอบ เห็นลูกหาบแล้วก็อยากจะปรบมือดังๆให้จังเลยครับ ส่วนลูกหอบแบบเราๆ ก็ เดินแบบหอบๆต่อไป

ครั้งนี้ผมทำสถิติใหม่ก่อนจะอายุ 28 ปีในเดือนหน้า…แม้ว่าจะอ้วนขึ้น แต่ขอบอกว่า สถิติที่ผมทำครั้งนี้ น่าภูมิใจ ในความอึดพลังช้างสารของผมเองครับ ผม ขับรถตั้งแต่ 9 โมงเช้าไปหาลูกค้าตอนบ่าย ไปรับส่งเพื่อนแต่ละคนมารวมตัวกันที่ปั๊ม วิภาวดี แล้วขัยรถตั้งแต่ 4 ทุ่ม ถึง 7 โมงเช้าแล้วเดินขึ้นภู จนถึงยอดโดยไม่หลับเลย… น่าภูมิใจมั้ยเนี่ย?

พี่เสิด ยืนเด่นที่ เนินเสือโคร่งจุดพักที่ผม และ พี่เชนมาหยุดถ่ายรูปดูสาวๆ ที่นี่ครับ

สำหรับผมเองก็ได้แต่ รุ้สึกว่ามันไม่เหมือนครั้งแรกที่มาครับ ครั้งแรกนั้นเต็มไปด้วยใจ และ เดินหน้าบุกป่า
แต่ครั้งนี้ คนเดินให้ควั่กเลยเลยเดินชิลๆไปเรื่อยครับ ก็ไม่ ซีเรียสอะไร

พี่เชนเองก็ไม่เคยเดินป่าหรือขึ้นภูมาก่อนนี่เป็นครั้งแรก (ครั้งแรกก็เจอภูนี่เลยเหรอ?)
ก็เอาเป็นว่า เจ้าตัวติดใจการเดินทาง ขึ้นภูแบบผจญภัยครั้งนี้ครับ

นายบอยทริปสังขละบุรี เก็บภาพผมให้เยอะมากๆทริปนี้ อยากจะมาเก็บวิวข้างบนก็เลย เดินขึ้นมา หอบแฮ่กๆ ตามรูปครับ

อีกหนึ่งสาวก็หนูอ้อม นี่ก็ชอบเดินทางถ่ายภาพเหมือนกัน

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำปาด ท้องที่ตำบลม่วงเจ็ดต้น ตำบลนาขุม ตำบลบ้านโคก อำเภอบ้านโคก อำเภอห้วยมุ่น อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ตำบลบ่อภาค อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก เป็นพื้นที่ที่มีสภาพป่าค่อนข้างสมบูรณ์ปกคลุมไปด้วยป่าธรรมชาติที่สวยงาม เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร มีจุดเด่นที่น่าสนใจและเป็นที่ดึงดูดใจของนักท่องเที่ยว ได้แก่ น้ำตกภูสอยดาว เป็นน้ำตก 5 ชั้น มีเนื้อที่กว้างประมาณ 1,000 ไร่ มีความสวยงามมาก มีถนนลาดยาง เข้าถึงพื้นที่ทำให้สะดวกสบายในการเดินทางพักผ่อนหย่อนใจ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาวมีเนื้อที่ 48,962.5 ไร่ หรือ 78.34 ตารางกิโลเมตร

ลานสนสามใบภูสอยดาว เป็นพื้นที่ป่าธรรมชาติ มีพื้นที่ประมาณ 1,000 กว่าไร่ เป็นที่ราบบนเทือกเขาภูสอยดาว ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,800 เมตร อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำปาด พื้นที่ของลานสนสามใบจะเป็นเนินสูงต่ำสลับกันไป เป็นป่าสนสามใบ พืชชั้นล่างเป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ช่วงฤดูฝน เดือนสิงหาคม ถึงเดือนกันยายนของทุกปี กลางทุ่งหญ้ามีดอกไม้ดินออกดอกสีม่วงขึ้นเป็นกลุ่มหนาแน่น เช่น ดอกหงอนนาค ดอกกุง ซึ่งจะมีดอกสีเหลือง และดอกหญ้ารากหอมจะมีดอกสีม่วงเข้มสวยงามมาก ต้องเดินทางเท้าจากน้ำตกภูสอยดาวริมเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1268 ขึ้นสู่ยอดภูสอยดาวระยะทางประมาณ 6.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 4-5 ชั่วโมง โดยระหว่างเดินเท้าขึ้นสู่ลานสนสามใบภูสอยดาวจะพบ สภาพป่าที่สวยงามมาก


น้ำตกภูสอยดาว ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติน้ำปาด ท้องที่ตำบลห้วยมุ่น อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ มีน้ำตกทั้งหมด 5 ชั้น อยู่ริมเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1268 มีน้ำไหลตลอดปี


น้ำตกสายทิพย์ ตั้งอยู่บนรอยต่อระหว่างป่าดิบชื้นกับป่าสนเขา มีทั้งหมด 7 ชั้น ความสูงแต่ละชั้นประมาณ 5-10 เมตร ฤดูฝนน้ำจะไหลแรงมองดูสวยงามมากและมีน้ำไหลตลอด เมื่อขึ้นเที่ยวบนลานสนสามใบภูสอยดาวสามารถเที่ยวน้ำตกแห่งนี้ได้ด้วย

ลานหินลำน้ำภาค ตั้งอยู่ในเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีป่าภูสอยดาวท้องที่ตำบลบ่อภาค อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก เป็นหินธรรมชาติที่เกิดขึ้นสองริมฝั่งลำน้ำภาคไหลลงแม่น้ำแดงน้อย ที่อำเภอชาติตระการ มีความกว้างของลานหินฝั่งละประมาณ 10-15 เมตร ยาวประมาณ 100 เมตร

วิวเท่ๆของป๋าเชน กับอากาศหนาวเย็นบนภู

กิจกรรม ช่วงพักผ่อนบนภูหลังจากเดินทางมาเหนื่อยๆ

เหมือนจะเป็นดอกหงอนนาค (ที่บานช่วงเดือน กค. ที่ผมมา)

สภาพภูมิทัศน์ที่สวยงาม ทิวเขาส่วนมากทอดตัวจากทิศตะวันออกสู่ทิศตะวันตกมีความลดหลั่นสูงสลับซับซ้อน หุบเขา เนินเขา ก่อให้เกิดภาพรวมของภูมิทัศน์ที่สวยงามทั้งในการมองมุมกว้างและมุมแคบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามเช้ามีเมฆหมอกปกคลุม อีกทั้งสภาพอากาศโดยทั่วไปค่อนข้างเย็น และความชื้นในอากาศทุกฤดูก็มีอยู่สูง ก่อให้เกิดความชุ่มชื้นของอากาศน่าพักผ่อนหย่อนใจ

วิวสวยๆบนพื้นลานสน

ป้ายหลักประเทศลาวนี่มัน ฮอทจริๆ ใครมาก็ต้องถ่าย

ป๋าเชนมาก็ยังต้องถ่าย

แม้แต่นายบอยก็ยังต้องยืนเท่ๆ ถ่ายด้วย

อย่างที่พูดไว้นานมาแล้วครับ การขึ้นภูสอยดาว นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต้องการไปดูดอกไม้ ซึ่งจะออกดอกบานเยอะช่วงเดือนสิงหาคม – ต้นเดือนตุลาคม ก็เป็นช่วงฤดูฝนอยู่ การเตรียมตัวให้พร้อมถือว่าเป็นเรื่อสำคัญมาก เพราะบนยอดภูไม่มีของขายเลยครับ เริ่มจาก การแต่งกาย ควรเตรียมเสื้อผ้าที่มีน้ำหนักเบาและแห้งเร็ว, รองเท้าแบบเดินป่าหรือรองเท้าแตะรัดส้นที่มีพื้นดอกยางใหญ่, เสื้อกันฝน ต่อมาก็คือ อาหารการกิน บนภูไม่มีขาย ต้องเตรียมไปเองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหม้อ กะทะ ช้อน จาน อุปกรณ์หุงต้มและอาหารต่างๆ และสิ่งสุดท้าย ก็พวกของใช้อื่นๆ อาทิ ถุงขยะ, ถุงพลาสติก, ยาสามัญประจำบ้าน, โลชั่นกันแมลง, ไฟฉาย ฯลฯ

คืนแรกผ่านไปไวเหมือนโกหก ผมพยายามหา ฟืนมาผ่า น้ำมันสนที่รากเพราะจะติดไฟดี แล้วก็นอนยาวไปจนถึงกิจกรรมอีกวัน ซึ่ง ไม่ได้เก็บภาพไว้ครับ อากาศคืนแรกนั้น 5 องศา เล่นเอาต้องขดแล้วขดอีกและผมก็ไ่ม่ลังเลที่จะ เช่าผ้าห่มพี่เจ้าหน้าที่เิ่พิ่มเลยแม้ว่าจะผืนละ 50 บาทก็ตาม

วันที่สองนั้น เราใช้เวลานอนกลางวันกันซะส่วนมาก พอตื่นขึ้นมาก็พบปะพูดคุยกับพี่เจ้าหน้าที่ พี่ทอป ที่จำผมได้อีกว่าเคยมาเมื่อสองปีก่อนแล้ว ก็เลยคุยกันซะเพลิน เดินหาฝืน อาบแดด ล้างหน้า พอถึงเวลาที่พระอาทิตย์จะตกนั้น ทุกๆคนก็ง่วนกับการทำอาหาร ผมก็เลย ขอตัวเดินไปเก็บรูปพระอาทิตย์ยาม อัสดง อย่างเดียวดายเพียงคนเดียวลำพังครับ

ยามเย็นที่นี่ จะเหมือนเมื่อสองปีก่อน แต่เพียงว่า ครั้งนี้ไม่ชื้นเหมือนครั้งที่แล้วครับ จะเป็นอากาศหนาวๆแห้งๆ ที่เย็นยะเยือกเล่นเอา หนาวกายไปถึงกระดูกเลยทีเดียว เพราะเวลาสี่โมงพระอาทิตย์ก็ร่วง หนำซ้ำ อุณภูมิก็แค่ 8 องศา เอง ครับ

หลังจากเต็มอิ่มกับการเก็บภาพพระอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้านั้น ก็มีสาวๆกลุ่มนึงเข้ามาขอให้ถ่ายภาพหน่อยแล้ว บอกว่าช่วยส่งอีเมล์ให้ด้วย ผมก็ไม่อยากให้อีเมล์เท่าไหร่ครับเลยบอกไปว่าไปดูในเว็บ คนเดินทางดอทคอม www.konderntang.com ซึ่งยังไม่อัพหรอก แต่ถ้าใครที่รู้จักสาวๆกลุ่มนี้ ก็บอกด้วยนะครับว่า มารับไฟล์ภาพที่ผมได้เลยหรือที่เว็บคนเดินทาง (เมื่อมาที่นี่แล้ว กรุณา Email/MSN มารับรูปที่: banyapon@live.com นะครับ) ปล. โดนแซวด้วย เขินอ่ะ…

อากาศในคืนแรกนั้น 5 องศา ตอนนอน คืนที่สอง นรกครับ มันร่วงไปถึง 3 องศา ผมเลยไม่อาบน้ำไม่แปลงฟันเลยครับ ขออภัยหากสกปรกเกินไป แต่ถ้าใครอยู่ในอากาศหนาวแบบนั้นก็คงทำเช่นเดียวกับผม

อากาศหนาวมากกองไฟต้องไม่มอด เพราะถ้ามอดดับก็ แย่ละครับงานนี้

หลับกันสบายเพราะ ว่า เจ้าหน้าที่ชวนผมและป๋าเชนไปนั่งดวล วอดก้า ข้าวเหนียวต้ม ที่ มีแอลกอฮอลล์ สูงถึง 40 ดีกรี (เหล้าขาวดีๆ) ป๋าเชนจิบไปซัก 4-5 ช๊อท ผมเองซัดไป 10 กว่า เดินกลับเต๊นท์เ็นเพื่อนๆเล่นไพ่กัน ผมขอบายหลับดีกว่า แล้วก็หลับไปคนเดียว อย่างเงียบๆ

เช้าวันใหม่ ผมเดินออกจากเต๊นท์ช่วงที่ทุกคนทำอาหารเช่นเคย ไปเก็บภาพ วิว และ ชีวิตของนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นๆครับ

วิวข้างบนลานสน สวยงามมากๆครับ ใครไม่ขึ้นมาดูก็คงไม่เข้าใจ เสน่ห์ของภูสอยดาวคือ กลิ่นดินและต้นสนครับ ลองมาสัมผัสบรรยากาศอันสุดแสนโรแมนติก ของทุ่งดอกหงอนนาค และลานสนบนภูสอยดาว กันดูหน่อยก็ดีนะครับ

แสงแดดแรกของเช้าวันนี้ เวลา 8 นาฬิกา

มิตรภาพมันอยู่บนภูตรงที่ ทุกคนต่างที่มาแต่ ก็มีการแบ่งปัน เอื้อเฝื้อเผื่อแผ่กันครับ รอยยิ้มและ เสียงเพลง ทุกอย่าง มันอยู่ที่นั่นรวมตัวกันบนภูสอยดาว

อีกเรื่องที่ลืมเตือนทุกคนก่อนไปเที่ยวนะครับบนภูสอยดาว มีห้องสุขา และห้องอาบน้ำไว้บริการแล้ว เป็นห้องน้ำที่ทำง่ายๆ ด้วยกระดานสนที่ได้จากต้นสนที่หักโค่น  ห้องสุขา  และ ห้องอาบน้ำ ตั้งแยกกัน ห้องสุขาเป็นห้องแถวมีหลายห้อง น้ำที่ใช้จะต้องตักเองจากลำธาร ห้องอาบน้ำเป็นแบบ open air มีผนังมิดชิด น้ำใช้ก็ต้องตักเองจากลำธาร

ใครที่อยู่บนภูสอยดาวต้อง ไม่ลังเลที่จะเก็บภาพ ศาล แห่งนี้

วิถีชีวิตของแต่ละคน

ยังได้กลิ่นสนอยู่เลยครับ

และแล้ว งานเลี้ยงก้มีวันเลิกลาครับ เราจะต้องเดินเท้ากลับลงไปข้างล่างภูและที่สำคัญ ต้อง ขับรถกลับ กรุงเทพฯ เพราะว่ามีงานที่ต้องทำให้เสร็จ กลับสู่ชีวิตของคนทำงาน แต่สิ่งหนึ่งที่เราได้ใช้บนภูแห่งนี้ไป เทียบกับชีวิตปัจจุบันก็คือ


การที่เราได้ ลำบาก เท่าไหร่แล้ว ความสบายก็จะอยู่รอคอยเราที่ยอดภูเขาหรือเป้าหมายครับ ไม่มีใครที่ถึงยอดภูอย่างภูมิใจได้หากว่าเราโดยไม่ปีนขึ้นไป


ทริปนี้ต้องขอตัวแล้วครับเอาภาพมาฝากซะมากกว่า จะบรรยาย ซะอีก ยังไงซะเจอกัน ทริปหน้าครับ มีเด็ดๆอีกเยอะ nomad™ ขอ confirm!

สวัสดีครับ


 

เรื่องเล่าจากนาย บอย (เพื่อนที่เดินทางไปด้วย)

รอบนี้มาเก็บตก “ภูสอยดาว” ครับด้วยภาพบรรยากาศต่างๆ ระหว่างมิตรภาพเพื่อนๆ ที่หยิบยื่นให้กันครับ nomad ได้บรรยายความรู้สึกที่มีต่อ “ภูสอยดาว”เพื่อนๆในทริป ทุกคนก็คิดเหมือนๆ กันครับ ว่ากว่าจะขึ้นไปถึง มันต้องเดินทางลำบากมากๆ แต่เมื่อขึ้นไปถึงแล้วทำให้รู้ว่า เมื่อเราพยายามที่จะทำอะไรบางอย่างให้สำเร็จ ถ้าเรามีความมุ่งมั่นก็จะพบความสำเร็จที่งดงามครับ ลองชมบรรยากาศนะครับ

 

 

เพื่อนๆในทริปครับ ผู้โชคร้ายที่ต้องมาเป็นแบบ อิอิ (ยังเก่งกันอยู่)

ถึงที่พักที่แรกแต่ละคน ก็แทบเป็นลมแล้วครับ (สังเกตหน้าตาแต่ละคน)

ลูกหาบน้อยคนนี้แบกของได้เก่งจริงครับ พวกเราได้แต่มอง  (แค่กระเป๋ากล้องกับน้ำหนึ่งขวด ผมต้องแกล้งทำเป็นลืมเลย)

คนนี้รุ่นใหญ่เพิ่งลงมาจากเนินมรณะ (เนินที่เดินแล้วทำให้รู้สึกว่า เหมือนขาตรูหายไปไหนฟระ – -“)

เว็ปมาสเตอร์ของเราบอกว่า ชิวๆ เคยมาแล้ววว (ดูสภาพสิ 55)

ระหว่างทางก็เก็บรูปตามหน้าที่ (จริงๆ แล้วก้าวขาไม่ออกแล้ว เลยสร้างภาพก่อน อิอิ)

พอขึ้นไปถึงก็เกือบเย็นแล้วครับ รีบจัดการเต็นท์กันก่อนเลย

คนนี้ชื่อใหม่ครับ ทำงานเก่งทุกอย่างเลย ถ้าไม่ได้คนนี้สงสัยพวกผมคงไม่ได้กินข้าวกันแน่ครับ ^^

นี้ก็พี่เสิดครับ ถ้าไม่มีพี่คนนี้ พวกเราก็คงไม่มีเต็นท์นอนแน่นอน ฮ่า

เว็ปมาสเตอร์กับน้องแป๋มช่วยกันใหญ่เลย (มีแต่ตากล้องไม่ทำอะไรเลยครับ – -” )

พอกางเต็นท์เสร็จ nomad กับ พี่เสิด ก็เตรียมหาฟืนทันทีครับ ภูสอยดาวหนาวมากกกก

กว่าจะได้ฟืืนแต่ละชิ้น สับกันแขนปูด – -“

เอากับเค้ามั่ง อยากลองดูว่าผ่าฟืนเป็นไง แขนบวมไปเลย – -“

พอได้ฟืนมาจุดไฟไม่ติด เล่นทิชชู่เลยละกัน ฮ่า

ลองหันมาดูลูกหาบบ้าง แต่ละคนสุดยอดทั้งนั้น ถ้าไม่มีคนเหล่านี้ ความสนุกคงลดลงไปเยอะเลย ขอบคุณมากๆ ครับ ^^

วันรุ่งขึ้น  พี่เสิดก็เตรียมอาหาร ถ้าพี่เค้าไม่เอาเตาแก๊สมา ก็อดอีก (ตากล้องไม่ทำอะไรเลยเห็นป่ะ 55)

สังเกตุ “เงา “

ลองมาดูห้องน้ำกันบ้างใครว่าไม่ดี นี้ไงถ่ายรูปมาให้ดูเลย แต่น้ำไม่มีนะ ต้องตักน้ำเอง ฮ่า

พักผ่อนระหว่างวัน nomad ไม่ได้นอนมาทั้งคืนเข้าใจ แต่เว็ปมาสเตอร์เนี้ยสิ นอนตลอดทาง ฮ่าาา

ระหว่างคนอื่นนอน ผมก็เลยชวนสาวๆ ไปเก็บรูปบรรยากาศบนลานภูสอยดาวกัน ช่วงหน้าหนาวดอกไม้ หายหมดเลย – -“

ได้ไปประเทศลาวมาด้วย ฮ่าๆ

เหนื่อยก็นั่งพักกันครับ อิอิ นั่งหลับเปล่าไม่รู้ (จริงๆ แล้วเซ็ตให้ ฮ่า)

บรรยากาศชิว ๆ มากมาย การที่คนเราทำงานหนักๆ มาตลอด ถ้าได้มาพักผ่อนในสถานที่เป็นธรรมชาิติ จะช่วยได้เยอะครับ (หรือเปล่า – -“)

หลับเลยครับคนนี้ (อิอิ)

ก่อนตะวันจะลับฟ้า ผู้คนมากมายต่างรอชมพระอาทิตย์ตกดินครับ แต่สงสัยคงขี้อายพวกเราเลยไม่ได้เห็นกันครับ

ภูสอยดาวหนาวมากกกก ใครไม่ไปไม่รู้

หนึ่งคืนเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เช้าวันรุ่งตากล้องที่ดีตื่นสายไปหน่อย (หนาวจนไม่อยากออกไปเลย) เลยไม่ได้แสงที่สวยเท่าไหร (พลาดอีกแล้ว – -“)

“อีเกิ้ง” เพื่อนๆ ผมมันบอกว่าให้ถ่าย อีเกิ้ง ผมก็งง มันคืออีหยังหว่า กว่าจะรู้โดนอำกระจาย – -” (ใครรู้คำตอบโพสตอบโลด ไม่มีรางวัลนะจ๊ะ จุ๊บๆ)

เดินชิว กับ nomad ถ่ายรูปตามภาษาคนหน้าตาดี 55

รั้วนี้ถ้าคนที่เคยไปภูสอยดาว น่าจะจำกันได้ดี ยืนดูพระอาทิตย์ตกดินก็รั้วนี้เลย ฮ่า

พอกลับมาถึงที่พัก เพื่อนๆ ทุกคนก็เตรียมตัวกันกลับ nomad แอบมานั่งหลับ โดนไปหนึ่งดอก อิอิ โทษฐานแอบหลับไม่ช่วยเพื่อน (ยังกับตัวเองช่วย – -“)

ลากันด้วยภาพนี้ครับ ทริปนี้สนุกสนานกันพอสมควร เสียดายเวลาที่น้อยไปหน่อย

ยังไงรายละเอียดข้อมูลการเดินทางจะอัพเดตรายละเอียดกันให้อีกทีนะครับ ลาละครับ ขอบคุณครับที่แวะชม

daydevthailand@gmail.com

<p>เขียน Blog นี้ตั้งแต่ อายุ 22 เที่ยวมาแล้ว 22 จังหวัด ปัจจุบันเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย แต่ชอบดูหนัง ท่องเที่ยว ชมงานศิลปะ และอ่านหนังสือ เขียน Blog</p>

Review overview
NO COMMENTS

POST A COMMENT