Home / Thailand  / ซองกาเลีย สังขละบุรี กับ ทริปประสานใจ

ซองกาเลีย สังขละบุรี กับ ทริปประสานใจ

“สังขละบุรี” อำเภอสุดท้ายของจังหวัดกาญจนบุรี ติดชายแดนด้านตะวันตกของประเทศไทย การเดินทางที่ไกลซะยิ่งว่า 330 กิโลเมตรจากสายใต้ใหม่ หรือเกือบๆ 200 กิโลเมตรจากตัวจังหวัดกาญจนบุรี ที่นี่จึงเป็นสถานที่เที่ยว ที่ซึ่งคนต้องการจะไปเที่ยวนั้น ต้องมีความตั้งใจที่จะไปที่นี่จริงๆไม่ใช่เพียงเพราะบังเอิญ

ประวัติความเป็นมา ที่นี่เป็นอำเภอที่ติดต่อกับชายแดนพม่า ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 215 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 เส้นทางนี้ตัดผ่านภูเขาเลียบทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณ์ จะสามารถมองเห็นทัศนียภาพทะเลสาบที่งดงาม ตัวอำเภอสังขละบุรีตั้งอยู่บริเวณที่ลำน้ำสามสายมาบรรจบกันอันได้แก่ ห้วยซองกะเลีย ห้วยบีคลี่ และห้วยรันตี รวมเรียกว่า “สามประสบ” ไหลรวมกันเป็นแม่น้ำแควน้อย

อำเภอสังขละบุรีเป็นอำเภอที่มีชาวมอญตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จึงสามารถพบเห็นวิถีชีวิตประเพณีเก่าแก่แบบดั้งเดิมของชาวมอญ ณ ที่แห่งนี้ สังขละบุรีเป็นเมืองเก่าตั้งแต่สมัยอยุธยา เมืองชายแดนเล็กๆ ที่ไม่เคยร้างราผู้คน จุดเปลี่ยนสำคัญของเมืองนี้เกิดขึ้น 2 ครั้ง

ซองกาเลีย

– ครั้งที่ 1 คือราวปี 2494 เมื่อหลวงพ่ออุตตมะซึ่งเป็นภิกษุชาวมอญจากเมืองมะละแหม่ง พาชาวมอญอพยพหนีภัยสงคราม และความแร้นแค้นเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร โดยช่วยกันสร้างวัดและบ้านเรือนขึ้นเป็นชุมชนมอญ อยู่ริมแม่น้ำฝั่งตรงข้ามตัวอำเภอ จากนั้นก็มีชาวมอญอพยพเข้ามาสมทบอีก เป็นระลอกจนกลายเป็นชุมชนใหญ่

– ครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในราวปี 2527 เมื่อมีการสร้างเขื่อนเขาแหลม (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นเขื่อนวชิราลงกรณ์) สันเขื่อนอยู่ที่ อ. ทองผาภูมิ แต่พื้นที่กักเก็บน้ำช่วงปลายเขื่อนกินถึงสังขละบุรี ไม่เพียงไร่นามากมาย ตัวอำเภอสังขละบุรี รวมทั้งวัดวังก์วิเวการามของหลวงพ่ออุตตมะและหมู่บ้านมอญ ก็ล้วนต้องจมหายไปหมดสิ้น ชาวบ้านต้องย้ายวัดและบ้านเรือนขึ้นมาตั้งกันใหม่ที่เหนือเขื่อน

ถึงวันนี้ทั้งชาวมอญและอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อน กลายเป็นทรัพยากรทางการท่องเที่ยวที่สำคัญของสังขละบุรี ทั้งนี้ยังไม่นับป่าเขาลำเนาไพรและด่านเจดีย์สามองค์ซึ้งติดกับป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ป่าดงดิบซึ่งยังไม่ได้สำรวจ การมานอนพักผ่อนที่รีสอร์ตสวย ๆ และชมทิวทัศน์ริมน้ำ ข้ามสะพานไม้ไปเที่ยวชุมชนมอญ และวัดหลวงพ่ออุตตมะที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งคนสังขละเรียกอีกฝั่งว่า “ฝั่งมอญ” หรือสะดวกหน่อยก็ขับรถข้ามสะพานปูนที่อยู่ตรงถนนใหญ่ไปได้เลย

สถานที่ท่องเที่ยวของ สังขละบุรี

เจดีย์และวัดวังวิเวกการาม ซึ่งของเดิมอยู่ในน้ำ แต่ได้สร้างใหม่อยู่บนที่สูงวัดและเจดีย์อยู่ห่างกัน 1 กม. ควรเที่ยวทั้งของใหม่และของเดิม เจดีย์เป็นแบบพุทธคยาบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ วัดตั้งอยู่ห่างจากตัวอำเภอสังขละบุรีประมาณ 3 กม. มีวิหารริมแม่น้ำประดิษฐานพระพุทธรูปหินอ่อนอ้นงดงามและเป็นที่จำพรรษาของ “หลวงพ่ออุตตมะ” พระเกจิอาจารย์ชื่อดังซึ่งประชาชนชาวไทย ชาวมอญ รวมทั้งกระเหรี่ยงและพม่า น่าเสียดายที่ปัจจุบันท่านมรณะภาพไปแล้ว

ส่วนวัดใต้น้ำต้องนั่งเรือไป ค่าโดยสารเหมาลำ 300 บาท ท่านสามารถติดต่อเรือหางยาวได้ทั่วไปริมสะพานไม้มอญหรือแพลุงเณร โทร. 034-595360, 09-2212330 บริการดี รับพาเที่ยววัดจมน้ำ ตกปลา แพลาก แพล่อง แพเช่า (ผมเองก็ใช้บริการมาแล้ว) สามประสบ เป็นอีกที่ที่น่าสนใจ คือจุดที่ แม่น้ำ สามสายมาประจบกัน คือ แม่น้ำรันตี ต้นกำเนิดจากป่าทุ่งใหญ่นเรศวร, แม่น้ำซองกาเลีย และแม่น้ำบิคลี้ สองแม่น้ำหลังนี้มีต้นกำเนิดจากพม่า น้ำจะมีสีออกแดง

สะพานไม้มอญ อยู่ไม่ไกลจากวัดวังก์วิเวการามนัก จะมีแยกทางเข้าเล็กๆ เข้าได้สองทาง คือทางเลยตลาดมาหน่อยอยู่ขวามือ (ทางไปสาบประสบรีสอร์ท) อีกทางเลยตัวเมืองเข้าไปนิดนึงเป็นทางลาดชันลงไป หากได้แวะไปถ่ายภาพสักหน่อยจะดีไม่น้อย จากบริเวณสะพานจะได้เห็นทิวทัศน์ภูเขาและพื้นน้ำโดยรอบ สวยงามมากทีเดียว

ด่านเจดีย์สามองค์และชายแดนพม่า ห่างจากตัวเมืองสังขละบุรี 22 กม. เดิมเรียกว่า หินสามกอง เป็นที่สักการะของคนไทยในสมัยโบราณก่อนที่จะเดินทางเข้าสู่เขตพม่า ต่อมาในปี 2472 พระศรีสุวรรณคีรี เจ้าเมืองสังขละบุรีของไทย ได้เป็นผู้น้ำชาวบ้านสร้างเป็นเจดีย์ขนาดเล็กสามองค์ดังที่เห็นในปัจจุบันนี้ นอกจากนี้บริเวณด่านเจดีย์สามองค์ยังเป็นช่างทางเดินทัพที่สำคัญของไทยและพม่าในอดีต ปัจจุบันนักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปชมตลาดชายแดนในเขตพม่าได้ โดยเสียค่าผ่านด่านชาวไทย 25 บาท ชาวต่างประเทศ 130 บาท ถ้าเราได้ข้ามไปฝั่งพม่า เลยไปตามทางลูกรัง ประมาณ 4-5 กม. เราจะพบ วัดเสาร้อยต้นห่างจากชายแดนประมาณ 1 กม.จะมีตลาดของฝาก สินค้าส่วนใหญ่เป็น ไม้เฟอร์นิเจอร์ เครื่องหวาย ผ้า พลอย ของป่า

แม่น้ำต่างๆ เช่น แม่น้ำรันตี แม่น้ำบิคลี้ แม่น้ำซองกาเลีย ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมมาล่องแก่งที่นี่ น้ำตกตะเคียนทอง น้ำตก

การเดินทางไปสังขละบุรี
ทางรถยนต์

เส้นทางที่ 1 ไปตามถนนเพชรเกษมหรือไปตามถนนบรมราชชนนี ผ่านนครชัยศรี นครปฐม บ้านโป่ง ท่ามะกา ท่าม่วง ถึงจังหวัดกาญจนบุรี ระยะทาง 129 กม. ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง

ทางรถโดยสารประจำทาง

รถโดยสารปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ รถปรับอากาศชั้นหนึ่ง ออกทุก 15 นาที ตั้งแต่เวลา 05.00-22.30 น. รถปรับอากาศชั้นสองออกทุก 20 นาที ตั้งแต่เวลา 05.10-20.30 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 435-1200, 434-7192bird7.jpg (4737 bytes)

รถโดยสารธรรมดา ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ทุก 15 นาที ตั้งแต่เวลา 04.00-20.00 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 434-5557-8

ทางรถไฟ

ออกจากสถานีรถไฟบางกอกน้อย วันละ 2 เที่ยว เวลา 07.50 น. และ 13.45 น. แวะจอดที่สถานีกาญจนบุรี สะพานข้ามแม่น้ำแคว ท่ากิเลน สถานีน้ำตก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 411-3102 วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการ มีรถไฟเที่ยวพิเศษ นำเที่ยวไปกลับภายในวันเดียว รายละเอียดสอบถาม โทร. 223-7010, 223-7020, 225-6964

การเดินทางภายในตัวเมืองเมื่อถึงตัวเมืองกาญจนบุรีแล้วมีพาหนะในตัวเมืองหลายอย่าง เช่นรถสองแถว รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถสามล้อเครือง รถสามล้อถีบ

1. รถสองแถววิ่งในเมือง มีรถสองแถววิ่งบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 05.30-18.00น. ท่ารถอยู่ริม ถ. แสงชูโต ใกล้สี่แยกไฟแดง ตรงข้าม รร. กาญจนานุเคราะห์ ค่ารถ 6 บาท ตลอดสาย – สาย 1 ตลาด – สถ. อ. เมื่องกาญจน์-ตลาดชุกโดน รพ. พหลพลพยุหเสนา รร. วิสุทธรังษี – วัดท่าล้อ

– สาย 2 ตลาด – สุสานทหารสัมพันธมิตร (ดอนรัก) – ทางแยกเข้าสถานีรถไฟกาญจนบุรี – ทางแยกเข้าสพานข้ามแม่น้ำแควคาซเซิลมอลล์ – ขนส่งจังหวัดกาญจนบุรี (แยกแก่งเสี้ยน)

2. รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง มีคิวรถเป็นประจำนวนมากบริเวณสถานีขนส่ง จ. กาญจนบุรี และตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เช่น เชิงสะพานข้ามแม่น้ำแคว นอกจากนักท่องเที่ยวไกล ๆ ได้ ค่าบริจากสถานีขนส่งมีดังนี้

ในตลาด 10-20 บาท

สุสานทหารสัมพันธมิตร 10 บาท

สะพานข้ามแม่น้ำแคว 20 บาท

วัดถ้ำมังกรทอง 40 บาท

ลาดหญ้า 50 บาท

สุสานช่องไก่ 100 บาท

ถ้ำเขาปูน 100 บาท

ปราสาทเมืองสิงห์ 130 บาท

เอราวัณ 200 บาท

3. รถสามล้อเครือง (ตุ๊กตุ๊ก) มีวิ่งบริเวณตลาด ตั้งแต่เวลา 06.00-24 น. ค่าบริการจะแพงกว่ามอเตอร์ไซค์รับจ้างประมาณ 10 – 20 บาท

4. รถสามล้อถีบ มีวิ่งบริการทั่วไปในตลาด ตั้งแต่เวลา 08.00 – 20.00 น. นั่งได้ไม่เกินสองคน ตัวอย่างราคาเหมาไปสถานที่ท่องเที่ยวมีดังนี้

สุสานทหารสัมพันธมิตร (ดอนรัก) 50-60 บาท

สะพานข้ามแม่น้ำแคว 80-100 บาท

5. เหมารถ มีรถสองแถวและรถกระบะให้เช่าเหมาพร้อมคนขับและน้ำมันรถ บริเวณสถานนีขนส่ง จ. กาญจนบุรี (นั่งได้ 8- 10 คน) ค่าบริการมัดังนี้

สุสานทหารสัมพันธ์มิตร (ดอนรัก) 30 บาท

สพานข้ามแม่น้ำแคว 50 บาท

ลาดหญ้าส 100 บาท

เที่ยวแหล่งท่องเที่ยวในตัวประมาณ 5-8 แห่ง ราคา 500 – 700 บาท หรือวันละ 1000 บาท

นอกจากนี้ยังสามารถเหมาไปเที่ยวต่างอำเภอ ค่าบริการดังนี้

ปราสาทเมืองสิงห์ 180 บาท

บ้านเก่า 200 บาท

อ. ท่าม่วง 100 บาท

อ. พนมทวน 150 บาท

น้ำตกไทรโยคน้อย 400 บาท

น้ำตกไทรโยคใหญ่ 600 บาท

น้ำตกเอราวัณ 400 บาท

อ. ทองผาภูมิ 800 บาท (เหมาเที่ยว วันละ 1.500 บาท)

อ. สังขละบุรี 1.500 บาท (เหมาเที่ยววันละ 2.000 บาท)

เที่ยวในเขต อ. ศรีสวัสดิ์ น้ำตกเอราวัณ เขื่อนศรีนครินทร์ ราคา 1.00 บาท

เที่ยวน้ำตกไทรโยคใหญ่ ไทรโยคน้อย บ้านเก่า ปราสาทเมืองสิงห์ 10500 บาท

– นอกจากนี้ในเมืองยังมีเรือและแพทั้งหมดให้บริการนำเที่ยวไปตามลำน้ำแควใหญ่และแควน้อย ราคาไม่แพง มีสองแห่งคือ

– หน้าหัวเมือง เรือและแพทั้งหมดจากบริเวณนี้ล่องไปตามลำน้ำแควน้อย

– สพานแมน้ำแคว จากจุดนี้นักท่องเที่ยวจะได้ล่องแม่น้ำแควและแวะตามสถานที่ท่องเที่ยวริมน้ำซึ้งอยู่ไม่ห่างจากสพานข้ามแม่น้ำแควมากนัก

daydevthailand@gmail.com

<p>เขียน Blog นี้ตั้งแต่ อายุ 22 เที่ยวมาแล้ว 22 จังหวัด ปัจจุบันเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย แต่ชอบดูหนัง ท่องเที่ยว ชมงานศิลปะ และอ่านหนังสือ เขียน Blog</p>

Review overview
1 COMMENT
  • Anakin Addy August 5, 2014

    อยากไป ๆ จะพานักเรียนไป

POST A COMMENT