ComedyDramaMoviesmovies-reviewsReviewRoad-Movie

ชัมบาลา (2012) การเดินทางเพื่อล้างบาปของคน 2 คนบนเส้นทางแห่งศาสนา

เนื้อหามีการเปิดเผยเนื้อเรื่องของภาพยนตร์, ชัมบาลา ภาพยนตร์ไทยแนว Road Movie ที่เล่าถึงการเดินทางของ วุฒิ และ ทิน สองพี่น้องที่ต่างกันสุดขั้วในดินแดนหลังคาโลกเพื่อค้นหาบางสิ่ง


แม้ว่าภาพยนตร์แนวนี้จะมีออกมามากมายหลายเรื่อง ตั้งแต่ สบายดี หลวงระบาง, เราสองสามคน เป็นต้นมาที่ เป็นการเล่าเรื่องของ โลกของผู้หญิง และผู้ชาย ภายใต้การเล่าเรื่องนิ่งเนิบขายบรรยากาศของภูมิประเทศ และ ศิลปวัฒนธรรม ตามสไตล์ของภาพยนตร์แนว Road Movie ที่แม้จะทำเงินได้สูงเป็นกระแส แต่ก็มักจะถูกลืมในเวลาอันเร็วไม่ก็ หายไปตามสายน้ำเหมือน หนีตามกาลิเลโอ

ตรงกันข้าม ชัมบาลา กลับไม่เป็นไปตาม Road Movie หลายๆ เรื่องที่ออกมาก่อนหน้านี้ เพราะเนื้อแท้ของ ชัมบาลา นั้นอยู่ใต้กลิ่นของดราม่า ที่ดูซีเรียส ของเหตุการณ์ที่ค่อนข้างจะเผยความปมความจริงระหว่าง 2 ตัวละครอย่าง วุฒิ (นำแสดงโดยซันนี่) หนุ่มเรียบร้อยที่มีความมุ่งมั่นที่จะเดินทางไปให้ถึงชัมบาลาดินแดนแห่งความสงบและสมดุลเพื่อที่จะได้นำภาพเหล่านั้นกลับมาให้ น้ำ แฟนสาวที่ป่วยเป็นโรคร้ายแรงระยะสุดท้าย และ ทิน (นำแสดงโดย อนันดา) พี่ชายของวุฒิที่ดูจะมีปัญหา ตลอดหนำซ้ำยังทำตัวแปลกแยก ออกไปแนวค่อนข้าง หยาบคาย กาก สถุน และไม่เคยเชื่อในสิ่งใดเลย มีเรื่องกลุ่มใจ และเก็บกดมาจากแฟนสาวที่ชื่อ เจน แต่เกิดอาการสาระแนขอน้องชายเดินทางมาด้วยโดยอาสาเป็นคนถ่ายภาพตลอดการเดินทาง


โดยระหว่างการเดินทางยาวไกลกว่า 5,700 กิโลเมตร นั้นมีเพียงแค่ 2 คนที่ไม่ค่อยลงรอย กันกับไกด์ชาวทิเบตที่ชื่อ “ตาวา” ที่พูดไทยได้ เพียง 3 คน ผ่านเส้นทางแห่งความศรัทธา

ถ้าให้ว่าเรื่องของตัวภาพยนตร์ นั้นอาจจะเป็นไปได้ว่านี่เป็นผลงานที่ ยังไม่ค่อยสมเหตุสมผล และการตัดต่อระหว่างอารมณ์ของผู้ชม ยังมีสะดุด ซ้ำในตอนจบของเรื่องก็ยังรู้สึกว่าเรื่องมันรีบจบเกินไปโดยการรีบๆ ปล่อยของให้เกิดประเด็นขึ้นในช่วงท้ายๆ ต่างกับช่วงแรกที่คุมโทนการพาเที่ยวได้อย่างน่าสนใจ (แม้จะมีการตัดสลับกับ เรื่องราวย้อนหลังของแต่ตัวละคร)

แต่หากมองไปในเชิงของประเด็นเนื้อแท้ของตัวละคร กลับดูน่าสนใจ ในเชิงดราม่า เพียงแค่ว่ามันมีน้อยเกินไป แต่ไอ้ที่น้อยๆ นี่ก็ถือว่าเป็นของดี

อาจจะต้องขออนุญาติแบ่งส่วนที่เห็นจากในภาพยนตร์ออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ “วัฒนธรรม” และ “ตัวละคร”

ในส่วนของ วัฒนธรรม

ตัวภาพยนตร์ได้ พาเราเดินทางไปพร้อมกับ ตัวละครทั้งหมด จะเห็นว่า ตาวา ไกด์ชาวทิเบต จะไหว้พระและสวดมนต์ตลอด และ ผู้คนในเมืองต่างๆ มีความศรัทธามากมายในเรื่องของศาสนา แม้จะคนละนิกายกับประเทศของเรา ตัวละครของ ทิน ถือว่าเป็นตัวแทนของ คนไทย เกือบทุกคนในทุกวันนี้ ที่นอกจากจะมีปัญหา ไม่เชื่อในหลักการดำเนินชีวิต และ ความศรัทธาของผู้คนแล้ว ยังมีท่าที ละอาย เบื่อหน่าย และพร้อมจะดูถูกในทุกอากัปกริยาของผู้คนในทิเบต ประหนึ่งกับคนไทยหลายคน ที่มักจะอวดตัวรู้ดี และอ้างว่าตัวเอง คือ ชาวพุทธ ทั้งที่จริงแล้ว แทบไม่ได้ เข้าใกล้หลักธรรม หรือ มีความศรัทธาใดๆ มากมายเท่ากับชาวทิเบต อาการแสดงของทินจึงถูกถ่ายทอดออกมาประหนึ่ง หมั่นไส้ และลึกๆ ก็คืออิจฉาในวิธีที่เคร่งครัดในศาสนาของชาวทิเบต สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นคนไทย เหมือนในตอนหนึ่งของเรื่อง ที่ ตาวา ถาม วุฒิ เกี่ยวกับน้ำ ว่า “แปลกที่ พวกคุณอยู่ไกลกันถึงจะคิดถึงกัน แ้วเวลาอยู่ใกล้กันไม่คิดถึงกันเหรอ” วุฒิก็ได้แต่เหตุผลต่างๆว่า “ประเทศที่เรามามีแนวคิดประหลาดแบบนั้น” แล้ว ทินก็สวนทันทีว่า “บอกไปว่าก็พวกกูคนไทย”

ตัวละครของทินก็เปรียบเสมอ คนไทย ที่มักอวดดีว่าเป็นผู้เจริญแล้ว รู้เรื่องศาสนาดีพอ เก็บไว้ในใจไม่ต้องแสดงออกก็ได้ เอาเข้าจริงไม่ ประมาณ ดีชั่วกูรู้หมดแต่กูอดไม่ได้ ประมาณนั้น

อีกฉาก คือธรรมเนียมในการกราบแบบนอนราบกับพื้นลุกขึ้น 3 ก้าวแล้วกราบราบกับพื้นใหม่ ชาวทิเบต จะเดินทางไปที่วัดในหมู่บ้านจากบ้าน หรือจากที่ที่ตนต้องการจะทำเช่นนั้น เหตุผลที่พวกเขาทำเช่นนั้นมา ตาวา ได้บอกว่านั่นคือการสำนึกบาป พอมีหลายคนบอกว่า หรือแม้แต่การไหว้พระที่ต้องกราบนอนรายกับพื้นดิน ขั้นต่ำ พันครั้งเป็นต้น เกิดคำถามในใจของทินว่า “แล้วต้องทำไปนานเท่าไร ถึงจะรู้สึกสำนึก” ตาวา ก็ตอบกลับไปว่า “เวลาเราทำความผิด ผิดมากหรือผิดน้อย ไม่สำคัญเท่ากับสำนึกผิดหรือเปล่า” นั่นก็บอกได้ว่า แล้วแต่ที่พวกคุณจะสำนึกแล้ว

ในส่วนของตัวละคร

ประเด็นที่โผล่มาช่วงกลางๆ เรื่อง จะพยายามเผยให้เห็นเหตุผลของตัวละครหลักทั้ง 2 คน

ทิน ไม่เคยเชื่อว่า สิ่งต่างๆ เช่นการกราบ การไหว้ หรือการศรัทธาสิ่งใดๆ เป็นเรื่องสำคัญ ตลอดเวลาที่มีชีวิต ทินตกลงปลงใจกับ เจน แฟนสาวไม่เคยกลับบ้านไปเยี่ยมครอบครัว แต่ทินก็ไม่เคยนอกใจ แต่พอเกิดอุบัติเหตุบางอย่างกับเจน เพราะหึงหวงที่รู้ว่าเจนไปนอนกับคนอื่น เรื่องราวแสนสลดก็เกิดขึ้น แม้ทินจะไม่ผิดในทางกฏหมาย แต่ทินก็ไม่เคยลืมเรื่องราวเหล่านั้นได้ และหายตัวไปหลายปี ไม่ติดต่อใคร

วุฒิ มีแฟนสาวชื่อ น้ำ ที่มีอาการป่วย น้ำต้องการเก็บภาพ ชัมบาลา เพราะเธอเคยไปทิเบต แต่ไปไม่ถึงที่นั่น วุฒิจริงอาสาจะเดินทางเก็บภาพดินแดนแห่งนั้นมาให้ ในส่วนลึกๆ แล้ว วุฒิจะเป็นตัวละครที่เก็บบางอย่างเงียบตลอดเวลา และคอย ปล่อยมุข ฮาบ้าง ขำบ้าง ทะเลาะตบตีกับพี่ชายบ้าง

ฉากเมาบนระเบียงของ 2 คนให้อารมณ์พี่น้องอย่างดีที่สุดที่ ปรับความเข้าใจกัน

จนกระทั่ง

ถึงจุดตีนเขาก่อนที่ต้องเดินเท้าเข้าไป เป็นจุดที่ต้องนำสิ่งของของคนที่เราอยากให้หายป่วย หรือเสียไปแล้วไปเผาส่งไปให้ วุฒินำของๆ พ่อไปเผา ทินไม่เคยรู้ว่าพ่อเสียมา 1 ปีแล้ว การแสดงในฉากตบตี และ ฉากที่ทินร้องไห้ฟูมฟาย คือการปลดปล่อยความอ่อนแอที่ถูกซ่อนไว้ตลอดทั้งเรื่อง

จนกระทั่งวุฒิได้พบกับ ชัมบาลา และเรียกทินด้วยน้ำเสียงเคารพเป็นครั้งแรกว่า “พี่ทิน” ทั่งคู่ก็ได้เห็นดินแดนแห่งนั้นด้วยกัน

ชัมบาลาคือดินแดนมหัศจรรย์ที่ภูเขา แม้น้ำ และท้องฟ้า บรรจบกันเกิดเป็นความสวยงามอย่างไร้ที่ติ เป็นเขตุที่ จิตวิญญาณไร้ซึ่งพันทนาการ และเป็นจุดเริ่มต้นของคนทั้ง 2

ย้อนกลับไปฉากหนึ่งในวัดที่ ตาวา ได้พาทั้ง 2 ไปไหว้ ลามะ (พระชาวทิเบต) ในวัดแห่งหนึ่ง แล้ววุฒิได้ถามว่า “ชัมบาลาอยู่ไกลไหม” ลามะก็ตอบว่า “ชัมบาล จะอยู่ใกล้อยู่ไกล ก็ขึ้นอยู่กับเรา”

สิ่งที่วุฒิไม่เคยบอกพี่ชายเลย คือการที่เขาคือคนที่นอนกับเจนภรรยาของพี่ชาย ขณะที่แฟนสาวของเขาอย่างน้ำเดินทางมาทิเบตคนเดียว แล้วเกิดอาการป่วย ซ้ำยังเป็นเหตุให้เจนต้องเกิดอุบัติเหตุกับทิน จนทินไม่เคยให้อภัยตัวเอง

วุฒินำภาพหุบเขาชัมบาลาไปให้น้ำในช่วงเวลาสุดท้ายก่อนสิ้นใจ โดยปราศจากทิน ซ้ำยังสารภาพทุกสิ่งที่ตนเคยทำผิดไปแก่แฟนสาว สิ่งที่ได้กลับก่อนน้ำจะสิ้นใจ คือคำว่า “ให้อภัย”

ส่วนทิน ตัดสินใจที่จะเดินทางจากชัมบาลาไปยังวัดในเมือง โดยการกราบแนบไปกับดินตามวิธีของผู้คน ที่ทำเพื่อสำนึกบาป และก่อนที่ทินจะตัดสินใจ วุฒิเองก็ได่สารภาพเรื่องเขากับเจน แต่แทนที่ทินจะตบตี ด่าทอเช่นเดิม กับมีแค่สีหน้าอึ้ง ยิ้มนิดๆ แล้วโบกมือลาน้องชาย นั่นคือการให้อภัยของทิน

ชัมบาลา ในเรื่องนี้ก็เหมือนกับที่ลามะได้บอกไว้

ชัมบาลาอาจจะเป็นช่วงเวลาที่จิตใจของมนุษย์ทั้งหลายอิสระจากพันธนาการของความทุกข์

ตัวละครทั้งหลายที่พ้นจากความทุกข์ คือ น้ำ และ ทิน

แม้ว่าน้ำจะไม่สามารถเดินทางไปถึงชัมบาลาได้ในรอบแรกที่เดินทางคนเดียว แต่วุฒิก็ยังเก็บภาพถ่ายกลับมา พร้อมทั้งสารภาพ และเธอก็ให้อภัยแก่วุฒิก่อนสิ้นใจ ต่อหน้าภาพถ่ายของชัมบาลา เช่นกัน สำหรับทิน การได้ไปถึงจุดสูงสุดของชัมบาลา แล้วได้ ให้อภัย และ ปลดปล่อยพันธนาการของความทุกข์จากทุกสิ่ง และขอทำพิธีกราบสำนึกจนกว่าจะไปถึงวัดในเมือง นั่นคือสิ่งที่เค้าค้นพบแล้วว่า ความสุข ที่แท้จริงคืออะไร การให้อภัยแก่ตัวเอง และผู้อื่นคืออะไร

ตรงกันข้ามกับวุฒิ ที่สุดท้าย ฉากในตอนแรก ที่เป็นการวิ่ง แล้ววุฒิบอกว่า ไม่ชอบการวิ่ง แต่การวิ่งทำให้ลืมคิดถึงใครบางคน นั่นอาจจะเป็น ณ ปัจจุบัน ที่สุดท้ายแล้ว แม้เค้าจะไปถึงชัมบาลา แต่ก็ไม่อาจจะให้อภัยแก่ตัวเอง และยังต้องการคำขอโทษจากผู้เป็นพี่ตลอดไป ต่างกับทินผู้ที่ไม่เคยเชื่อว่าการกราบจะทำช่วยสะสางความเจ็บปวดในใจได้แต่สุดท้ายเค้าก็สามารถเลือกในจุดนั้นได้

บางคนต้องการพูดคำว่า “ขอโทษ” เพื่อที่จะได้ยินคำว่า “ไม่เป็นไร”

บางคนต้องการพูดว่า “ไม่เป็นไร” เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมีคำที่ติดค้างในใจว่า “ขอโทษ”

ชัมบาลา คือ สิ่งที่อยู่ในใจของเรา หากปล่อยวางแล้วให้อภัยแก่ทุกคนทุกสิ่งทุกเรื่องราวได้ นั่นคือคุณได้เดินทาไปถึงชัมบาลาแล้ว

คะแนน: 7/10 (เกือบดีแล้ว)

Tags

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ บัญญพนต์ พูลสวัสดิ์

อาจารย์มหาวิทยาลัยสายไอที แต่ชอบเสพศิลป ชอบดูหนัง เรียกว่าเนิร์ดหนังก็ได้ ชอบ ท่องเที่ยว ชมงานศิลปะ และอ่านหนังสือ เขียน Blog เว็บนี้เขียนมาตั้งแต่อายุ 22 เมื่อก่อนเดินทางบ่อยมากตอนนี้นั่งดูหนังแล้วมารีวิวแบบ critics movie แทน

Related Articles

0 0 vote
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments
Back to top button
0
Would love your thoughts, please comment.x
()
x
Close

เราตรวจพบ Adblock บนบราวเซอร์ของคุณ

รายได้หนึ่งของเว็บไซต์คือ โฆษณา ของ Google ยังไงขอความกรุณาผู้อ่านทุกท่าน ปิด AdBlock บนบราวเซอร์ของท่าน เพื่อช่วยเหลือผู้เขียนด้วนะครับ :) ขอบคุณครับ