Home / Horror  / เปิดกรุตำนานภาพยนตร์สยองขวัญในยุคหนังเงียบ Silent Film

เปิดกรุตำนานภาพยนตร์สยองขวัญในยุคหนังเงียบ Silent Film

ในยุคที่ภาพยนตร์เริ่มได้รับความนิยมที่เรียกว่าหนังเงียบ Silent Film หรือก่อนทศวรรษ 1900 ภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องแรกๆ ของโลกนั้นได้กำเนิดมานานแล้ว

คนในช่วงก่อนทศวรรษปี 1900 – 1990 ในยุคนั้นต้องอาศัยสุนทรียศิลป์ขนาดไหนการรับชมภาพยนตร์ในสมัยนั้นที่ล้วนเป็น “Silent Film” หรือ “หนังเงียบ” ภาพยนตร์เรื่องแรกบนโลกคือ Roundhay Garden Scene (1888) ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี ณ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ การทำโปรดักชั่นกล้องมุมเดียว หรือมุมมองที่แสนจำกัด, การจัดแสงที่โดดเด่นเพราะข้อจำกัดเรื่องขาวดำ, Special Effect ที่ง่ายแต่น่าทึ่ง และอรรถรสในการรับชมนั้นเป็นอย่างไรหากหนังเงียบ หรือ Silent Film นั้นแทบไม่มีการบันทึกเสียง อาศัยการบรรเลงเพลงออร์เคสตราประกอบการดำเนินเรื่อง ที่สำคัญคือ หนังเงียบ ยังคงสร้างความบันเทิงต่อคนในยุคนั้นได้อย่างดี และที่น่าทึ่งกว่านั้นอีกคือการรับรู้ของผู้ชมที่มีต่อความน่ากลัว ในเนื้อหาของหนัง ที่ถูกระบุในประเภทของ ภาพยนตร์สยองขวัญ หรือ Horror Movies (อันที่จริง คำจำกัดความ “Horror Movie” นี้ได้มาจากหนังเรื่อง Apocalypse Now (1979) กองพันอำมหิต, Francis Ford Coppola – หาดูได้ใน Netflix)

เลยรวบรวมมาให้จากหลายๆ แหล่งเช่น หนังสือ “1001 movies you must see before you die” และ Wikipedia ให้กับคนที่สนใจได้รู้กันว่า ในยุคหนังเงียบ หรือ Silent Film นั้นนักสร้างหนังเคยได้สร้างภาพยนตร์สยองขวัญกันมาแล้ว

ภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องแรกของโลก

“Le Manoir du Diable” หรือ “The Haunted Castle” (1896) หนังเงียบ ขาวดำ และ ถือว่าเป็นหนังผีเรื่องแรกของโลกครับ เคยถูกระบุว่าฟิลม์หายสาบสูญไปแล้ว แต่ก็ค้นพบเก็บรักษาอย่างดีครับ ตามข้อมูลแล้วผู้สร้าง และนักแสดงนำนั้นคือ Georges Melies (Marie-Georges-Jean Méliès) เป็นทั้งนักมายากล นักดูภาพยนตร์ และก็หลงไหนในการทำภาพยนตร์ Le Manoir du Diable มีชื่ออยู่หลากหลาย ทั้ง The Haunted Castle, The House of the Devil, The Devil’s Castle จะชื่อไรก็ตาม ภาพยนตร์ หรือ หนังเงียบ Silent Film เรื่องนี้ก็เป็นการสร้างการรับรู้แรกแก่คนในยุคนั้นให้ได้รู้สึกหวาดกลัว ในฐานะของภาพยนตร์สยองขวัญ หรือ หนังผีเรื่องแรกของโลก

Le Manoir du Diable หรือ The Haunted Castle ว่าด้วยเรื่องของ การเปิดเรื่องของ แวมไพร์เจ้าของปราสาท และเหล่าบริวาร คนค่อม ปิศาจ ที่บังเอิญมีนักสำรวจเดินทางเข้ามา แล้วต้องพบเจอกับอิทธิฤทธิ์ของแวมไพร์ และบริวาร อย่างโครงกระดูก แม่มด ค้างคาวผี และจบลงที่นักสำรวจหยิบไม้กางเขนออกมา แล้วเหล่าปิศาจก็อันตรธานหายไป ลองไปรับชมกัน

บ้านเฮี้ยนเรื่องแรกๆ ในโลกภาพยนตร์

ปี 1907 มีภาพยนตร์ Special Effect แรกๆ ในรูปแบบสยองขวัญชื่อว่า “La Maison Ensorcelée” หรือ “The Haunted House” (1907-1908)

ว่าด้วยเรื่องของครอบครัวหนึ่งที่ต้องบังเอิญเข้าไปพบกับ Supernatural หรือ ความหลอนของ “บ้านผีสิง” ที่มีวิญญาณชั่วร้ายสิงสู่ เทคนิคง่ายๆ แสนง่ายคลาสสิค ดูแล้วเหมือนจะน่ากลัว หรือขำดี แต่คนในยุคนั้นกับ Special Effect แบบนี้ไม่ขำแน่ๆ เทคนิคภาพซ้อนถ้าเป็นคนยุคนั้นมีแววจะนอนฝันร้ายกันแน่ๆ รับชมกันหน่อยดีกว่า:

ภาพยนตร์ Sci-Fi, Gothic จากนักสร้างสรรค์ Thomas Edison

ในปี 1910 ใครจะไปรู้ว่า ภาพยนตร์สยองขวัญอีกเรื่องนั้น คือเรื่องราวที่เราคุ้นเคยกันดี ในฐานะภาพยนตร์สยองขวัญ Sci-Fi ผสมความเป็น Gothic ของ Mary Shelly อย่าง “Frankenstein” (1910) ได้ถูกรังสรรค์เป็น Silent Film เช่นกันที่สร้างความประหลาดใจที่สุดคือ Frankenstein เวอร์ชันหนังเงียบขาวดำนั้น ผู้สร้างคือ Thomas Alva Edison หรือ Thomas Edison นักประดิษฐ์ชื่อดังของโลก (ผู้คิดค้นแกนหลอดไฟของเรานี่แหละ) ซึ่งน้อยคนนักจะรู้ว่าเค้าได้เคยสร้างภาพยนตร์ในฐานะ Edison Studio ในเรื่อง Frankenstein มาแล้ว ซึ่งเนื้อเรื่องของ Frankenstein ก็เป็นที่ทราบดีว่า นักศึกษาแพทย์อย่าง Frankenstein ได้ปลุกชีวิตซากศพให้มีชีวิตขึ้นมาได้แล้วตั้งชื่อ ปิศาจตนนี้ด้วยชื่อของตน

รับชมภาพยนตร์กันได้ที่นี่:

นรกบนแผ่นฟิลม์

ในปี 1911 เองก็มีภาพยนตร์สยองขวัญเกิดขึ้นมาเช่นกัน โดยหยิบอ้างมหากาพย์ดีวีนา กมเม่เดีย (Divina Commedia) ของ หรือ “มหากาพย์ไตรภูมิของดันเต้” (โดย Dante Alighieri) มหากาพย์ Divina Commedia หรือมหากาพย์ไตรภูมิของ Dante นั้นว่าด้วยเรื่อง “นรก” (Inferno) “แดนชำระ” (Purgatorio) และ “สวรรค์” (Paradiso) ในมุมมองของผู้ที่เดินทางไปเยี่ยมเยือนไตรภูมิ ซึ่งส่วนที่น่าสนใจที่สุดของมหากาพย์นี้คือส่วนของ นรก (Inferno) ภาพแนวคิดของ อเวจีของดันเต้ หรือ Dante’s Inferno จึงถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของภาพยนตร์ที่ชื่อว่า L’Inferno (1911) หรือ Dante’s Inferno

ข้อมูลเพิ่มเติม, มหากาพย์ Divina Commedia เรื่องนี้ถูกแต่งในช่วง ศตวรรตที่ 14 (1301-1400) เป็นยุคที่เกิดคำถามเกี่ยวกับคำสอนทางศาสนาคริสต์ที่มักจะอ้างถึงนรก-สวรรค์ แต่ยังไม่เคยมีสามารถบรรยายได้ว่า นรก-สวรรค์ สถานที่แห่งนั้นเป็นอย่างไร จนกระทั่ง Dante Alighieri ได้แต่งมหากาพย์นี้ขึ้นมา เกิดเป็นประเด็นของคนในยุคนั้นว่า Dante คือใครและทำไมคนผู้นี้สามารถบรรยายลักษณะของนรกได้อย่างแนบเนียนเหนือชั้นจนน่าเชื่อ ประหนึ่งได้ลงนรก ขึ้นสวรรค์มาแล้วจริงๆ ลองชมภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องนี้ดู:

หนังสัตว์ประหลาดในตำนานเรื่องแรกๆ

ปี 1915 ได้มีผู้สร้างภาพยนตร์ฝั่งเยอรมัน Paul Wegener และ Henrik Galeen ออกไอเดียปิศาจในตำนานที่เรารู้จักกันดีในอย่างโกเล็ม ให้ออกมาโลดเล่นสร้างความตื่นเต้น สยองขวัญในภาพยนตร์ Silent Film เช่นกันใน “Der Golem” หรือ “The Golem” (1915) ว่าด้วยเรื่องของชายคนหนึ่ง (นำแสดงโดย Henrik Galeen) ได้อาศัยมนต์คาถาสร้าง Golem ขึ้นมาช่วยงาน แต่ Golem เกิดตกหลุมรัก Jessica ภรรยาของชายผู้ที่สร้างชีวิตให้กับมัน และนั่นคือจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรม

เครดิตภาพ: (Eingeschränkte Rechte für bestimmte redaktionelle Kunden in Deutschland. Limited rights for specific editorial clients in Germany.) Wegener, Paul *11.12.1874-13.09.1948+Schauspieler, D- Szenenbild aus dem Stummfilm “DerGolem, wie er in die Welt kam” mitWegener (Mitte) in der Titelrolle- Regie: Paul Wegener und Carl Boese;Buch: Paul Wegener und Henrik Galeen- Deutschland (UFA), 1920 (Photo by ullstein bild/ullstein bild via Getty Images)

รับชมภาพยนตร์ได้ที่นี่:

แม่มดในยุคหนังเงียบ

หลังจากนั้นในช่วงปี 1920 – 1928 ก็เริ่มมีเทคนิคใหม่มากขึ้น เช่นมุมกล้อง และการนำเสนอเรื่องราว Story board ที่น่าทึ่ง และ Makeup ที่เริ่มเข้าเรื่องเข้าราว ในแง่ของ Makeup ภาพยนตร์ที่ว่าด้วย แม่มด แนว Gothic ในปี 1922 อย่าง “HÄXAN” (1922) ถือว่าเป็นภาพยนตร์ที่ขาย Make Up และเรื่องราวลึกลับได้ดี:

แวม์ไพร์กับเทคนิคมุมกล้องในตำนาน

ในปีเดียวกันภาพยนตร์ที่ได้กลายเป็นตำนานระดับที่ต้อง To die for สำหรับนักเรียนทำหนัง มุมกล้อง และซีนเทคนิคที่กลายเป็นตำนานเกิดขึ้นในภาพยนตร์เรื่องนี้นั้นก็ได้บังเกิดในหนังสยองขวัญผีดูดเลือด ที่มากับความสยองเยือกเย็นอย่าง “Nosferatu” (1922)

Nosferatu ดัดแปลงบทภาพยนตร์มาจากนวนิยายของ Bram Stoker นักเขียนชาวไอริช เรื่อง Dracula ชนิดที่ว่าลอกแกนเรื่องทั้งหมด มาดัดแปลงเปลี่ยนชื่อตัวละครและรายชื่อสถานที่เป็นภาษาเยอรมันเท่านั้นเท่านั้น, ภายหลังที่ภาพยนตร์ Nosferatu ได้ออกฉาก ผู้สร้าง F.W. Murnau ก็ถูกฟ้องร้องเรื่องลิขสิทธิ์จากภรรยาม่ายของ Stoker ผลคือ Murnau แพ้คดี ทำให้ฟิล์มของภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องถูกทำลายทิ้ง แต่ท้ายสุดก็ยังมีสำเนาที่ยังหลงรอดมาจนปัจจุบัน ซึ่งภายหลังความโดดเด่นของการนำเสนอไอเดีย ฉากที่น่าจดจำอย่างยิ่งในภาพยนตร์เรื่องนี้ คือ เงาของ Nosferatu ที่แผ่สะท้อนไปที่ฝาผนังตอนที่เดินขึ้นบันได ด้วยเล็บนิ้วที่แหลมยาวน่าเกลียดน่ากลัว และการแต่งหน้าให้เหมือนแวมไพร์จริงๆ

รับชม:

ทั้งหมดนี้คือส่วนของภาพยนตร์ที่ได้รับ ขนานนามว่าเป็น หนังผี ในยุคหนังเงียบหรือ Silent Film ครับ ซึ่งในตอนต่อไปจะพยายามรวมรวมเพิ่มมานำเสนอให้ และ คงหาข้อมูลมาย่อยให้ผู้อ่านได้รับความบันเทิงกันนะครับ

ท้ายนี้ฝากถึงเหล่า YouTuber ทั้งหลายที่หากจะต้องใช้ Content นี้ในการนำไปทำรายการ รบกวนฝากเครดิตเล็กน้อยให้กับ Lovedesigner.net หน่อยนะครับ ขอบคุณครับ 🙂

POST TAGS:

daydevthailand@gmail.com

เขียน Blog นี้ตั้งแต่ อายุ 22 เที่ยวมาแล้ว 22 จังหวัด ปัจจุบันเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย แต่ชอบดูหนัง ท่องเที่ยว ชมงานศิลปะ และอ่านหนังสือ เขียน Blog

Review overview
NO COMMENTS

Sorry, the comment form is closed at this time.