Home / Action  / Star Wars: The Last Jedi (2017) ปัจฉิมบทแห่งเจได: ฉีกกฏของการเรียนรู้

Star Wars: The Last Jedi (2017) ปัจฉิมบทแห่งเจได: ฉีกกฏของการเรียนรู้

เป็นแฟน Star Wars มานานแต่ไม่ค่อยพูดถึงอัศวินอวกาศและการเมือง ทุนนิยม แต่การรับชม Star Wars: The Last Jedi ครั้งนี้มันแปลกไปจนไม่พูดไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องของการเรียนรู้ ครู ศิษย์ และเส้นแบ่งของความมืด และ สว่างที่แท้นั้นมันมีจริงหรือไม่?

Star Wars: The Last Jedi เป็น Episode ที่เปลี่ยน หรือเรียกได้ว่า ฉีก ขนบ และกฏ ของ Star Wars ทุกภาคออกไป ทั้งที่ ในใจคิดไว้แต่แรกว่ามันเป็น Espisode ที่ 8 อีกทั้งแกนเรื่องของ Force Awaken ที่ 7 ตรงกับ 4 เป๊ะๆ ภาคนี้คงเป็นเหมือน The Empire Strike back ใน Episode ที่ 5 แน่นอน เพราะโปสเตอร์เล่นสีของพลังด้านมืด ด้วยสีแดง ดุดัน อันเป็นพลังจากอาวุธของ ไคโร เรน แต่เอาเข้าจริง มันไม่ใช่

กลับเป็น Star Wars ภาคที่ว่าด้วยเรื่องเล็กๆ ง่ายๆ นั่นคือ “การเรียนรู้” และยิ่งคนที่เป็นอาชีพ ครู อย่างเราไปดู แก่นของเรื่องมันจุดประเด็น และ แตกประเด็นได้อย่างไม่น่าเชื่อ มันเปรียบเทียบกับ แนวคิดการศึกษาสมัยใหม่ Gen ของนักเรียนหรือวัยรุ่นสมัยใหม่ และ วิธีการ (สอน) ที่เป็น Active Learning, Critical Thinking หรือ Problem Based Learning การเรียนรู้โดยเอาปัญหาเป็นที่ตั้ง

คำเตือน: มี Spoil แกนเรื่อง

ว่าด้วยเรื่องของการเปลี่ยน Gen การเรียนรู้แบบใหม่ ที่วิ่งไปพร้อมกับคำถามที่ว่า ด้านมืดเป็นสิ่งไม่ดี ด้านสว่างเป็นสิ่งดี? มันจริงหรือไม่? หรือแท้จริงแล้วเป็นแค่ข้อกำหนดว่ามันเป็นแบบนั้น จะเห็นว่าหนังย้ำประเด็นของความมืด ความสว่าง มาตลอด แล้วใน The Last Jedi กลับตอบหักหน้าความคิดเดิมๆ แบบเปลี่ยน Mindset เลย ตั้งแต่การเรียนของเรย์ ที่ตอกหน้าลุคผู้ที่เป็นตำนาน เปรียบเหมือนกับการบอกครูยุคเก่าว่าพอสักทีกับการเรียนแบบเดิมๆ

เรย์ เลือกที่จะมาตามหา ลุค ปรมาจารย์เจได เพื่อต้องการจะกอบกู้สหพันธ์ดวงดาว แต่สุดท้ายก็ผิดหวัง เมื่อด้านสว่าง และตัวตนของลุค เองนั้นก็ไม่สามารถตอบคำถามใดๆ ของเรย์ได้ โดยเฉพาะเมื่อเรย์มองว่า พลัง และสมดุลจะบอกถึงต้นกำเนิดของตน แต่แล้วก็ไม่ เรย์รับรู้ได้ถึงพลังของ ไคโรเรน การเชื่อมต่อกันได้ และพบกับ ด้านมืด เรย์พุ่งเข้าไปหาด้านมืดทันทีเพื่อที่ว่ามันอาจจะบอกเธอได้ถึงชาติกำเนิด แต่แล้วก็ไม่ เช่นกัน เธอพบแค่ตัวเอง

ตรงกันข้าม ไคโรเรน หรือ เบน โซโล คือคนที่เป็นลูกศิษย์ของลุค และลุคเองก็เป็นคนที่ปลุกความเป็นไคโรเรนขึ้นมาจากตัวของเบน เค้าอยู่กับพลังของแสงสว่างมาตลอด แต่แล้วความผิดหวัง ในอดีตก็ทำให้เค้าเลือกที่จะไปหาด้านมืด ไคโรเรน หรือ เบน เป็นตัวละครที่มีความซับซ้อน ที่สุด และดูโดดเด่นที่สุด แม้จะน้อยกว่าเรย์ เค้ามีความรู้สึกสับสนกับสภาวะของตัวเอง ในการฆ่าพ่อของตน ฮาน โซโล ลังเลว่า สโน๊ค นั้นหลอกใช้เขาหรือเปล่า ยิ่งเมื่อ เบน หรือไคโร เรน สามารถเชื่อมต่อกับเรย์ได้ ยิ่งสร้างความสับสนยกใหญ่กับเขา

แต่…

การสอนของลุค กับศิษย์ทั้งสอง นั้นช่างแตกต่าง และ ซับซ้อนพอๆ กับทฤษฏีบน Chaos Theroy วิธีการสอนขนบธรรมเนียมเดิมๆ ของเจได ที่สั่งสอนกันมา อนุมาน ว่า ด้านมืด – สิ่งมัวเมา อบายมุข การพนัน หรือ ยาเสพติด มันไม่ดีนะอย่าไปยุ่ง , เบน ถูกสั่งสอน แบบเดิมๆ ให้จำเข้าหัว จนกระทั่งเค้าไม่เชื่อ และเลือกที่จะเสพมัน ทำให้ลุคผิดหวัง ตรงกันข้ามกับเรย์ที่ลุคต้องประหลาดใจ เธอใช้การเรียนรู้ด้วยตนเอง เธอ เลือกที่จะลอง เสพ สิ่งเหล่านั้น แล้วรู้ว่ามันไม่มีอะไร – เจไดไม่ได้ตอบคำถามของเรย์ และด้านมืดก็เช่นกัน เรย์จึงเข้าใจว่าทั้งสองสิ่งก็แค่ คำสอน ขวาจัด ซ้ายจัด

กลับกัน เบน โซโล แม้ว่าจะสับสนและ จัดการสโน็ค เรียบร้อยแล้ว แต่ อำนาจ และสิ่งยั่วยุก็ยังชนะใจเขา เขายังคงเป็น ไคโร เรน ที่ประกาศก้องถึง Gen เก่าๆ ว่า ตายๆ ไปให้หมด – แบบเดียวกับ ที่ โยดา (แก่นแท้ของเรื่อง) ที่โผล่มาเพียง 10 นาที บอกถึงแง่คิดสำคัญของหนังได้อย่างชัดเจนถึง การฉีกกฏ หรือพับการเรียนการสอนแบบเดิมๆ ท้งไปเถอะ ประมาณว่า เด็กสมัยนี้ มันเก่งแล้ว เราแค่แนะนำ และ บอกเล่าทุกสิ่งให้เค้าได้คิด ทั้งความสำเร็จ การกระทำที่เป็นตัวอย่างที่ดี เรื่องล้มเหลว และเรื่องงี่เง่า ให้พวกเขาได้ดำเนินตาม

ศิษย์ต้องไปได้ไกลกว่าครู – โยดา

พร้อมการเผาวิหารศักดิ์สิทธิ์ของเจได เพื่อตอกย้ำลุคว่า “เปลี่ยนได้แล้ว”

แล้วคำถามที่ว่า ด้านไหน ถูก ด้านไหนผิด ธรรมะ อธรรม – ใน The Last Jedi ได้สอนเราถึงแนวคิดนี้ แท้จริงมันเหมือนสังคมในปัจจุบัน การกระทำของแต่ละฝ่ายต่างมีเหตุผล และด้านตรงข้ามย่อมมีด้านตรงข้าม แบบที่ ฟินน์ และโรส ได้เรียนรู้

ตัวละครอื่นๆ ที่โดดเด่นก็มี โพ ที่มากับ เรื่องของการพยายามเป็นฮีโร่ และการทำเพื่อส่วนรวม บางครั้งการทำอะไรที่บอกว่าชั้นแน่ ชั้นโดดเด่น ผลลัพธ์อาจจะออกมาดี แต่บางทีมันทำให้ คนส่วนมากเกิดความลำบากทั้งกายภาพ และจิตใจ

สำหรับโดยรวมนั้นเป็นหนังที่ยังคงความสุก และสาระอยู่ครบถ้วนเวลาเกือบกว่า 3 ชม. และแก่นของมันก็ยังสามารถนำไปถกในเรื่องของ การเรียน การสอน ในศตวรรษที่ 21 ได้อีกด้วย

ชอบมาคือฉาก ดวลดาบ ของลุค และ ไคโร เรน ท่าถือดาบคือการบอกถึงสภาพจิตใจตัวละครได้ดี อีกทั้งฉากสงครามในฐานกบฏเก่า พื้นหิมะ บน ทรายสีแดง มันเป็นอะไรที่งานวิชวลสวยและโดดเด่นมากๆ

เจได อาจจะหมายถึง ปัญญา ซึ่งใน The Last Jedi ก็ได้บอกเราแล้วว่า ปัญญา เกิดขึ้นจากใครก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมาจากการเรียนรู้ หรือการสั่งสอนจากใคร หรือเป็นศาสนา ปัญญาเกิดขึ้นได้จากการเผชิญปัญหา รับรู้ความผิดพลาด แล้วแก้ไขมัน สู้กับมัน

ไม่แปลกที่ฉากตอนจบ เป็นการบอกเราว่า ทุกคนก็สามารถเป็นเจได ได้

คะแนน 10/10

ปล. Elite Praetorian Guard การ์ดชุดแดงของสโน๊คโคตรเท่ เก่งด้วย ของเก่าไม่ค่อยมีบท

เวอร์ชันใหม่ เทพ โคตร เหมาะกับการขายเป็นของเล่น และเกม

daydevthailand@gmail.com

เขียน Blog นี้ตั้งแต่ อายุ 22 เที่ยวมาแล้ว 22 จังหวัด ปัจจุบันเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย แต่ชอบดูหนัง ท่องเที่ยว ชมงานศิลปะ และอ่านหนังสือ เขียน Blog

Review overview
NO COMMENTS

Sorry, the comment form is closed at this time.