ComedyDramaMoviesmovies-reviewsReviewThriller

Taxidermia 2006: ชักว่าวจนไฟลุก พุ่งทะยานบุกขึ้นท้องฟ้า

ภาพยนตร์ Taxidermia เป็นภาพยนตร์สัญชาติฮังการี ภาพยนตร์เก่าเรื่องนี้ไม่ควรค่าแก่การรับชมคนเดียวด้วยอารมณ์สุนทรี

คำเตือน: ขอรีวิวเรื่องนี้ด้วยภาษาไม่สุภาพ ภาพยนตร์เก่าเรื่องนี้ไม่ควรค่าแก่การรับชมคนเดียวด้วยอารมณ์สุนทรี ภาพยนตร์ Taxidermia เป็นภาพยนตร์สัญชาติฮังการี ที่อยู่บนชั้น DVD นานพอดูไม่ได้หยิบมาดูสักทีจนกระทั่งถึงเวลา และก็ได้รับรู้ว่า แม่งเสื่อม เหี้ยๆ เนื้อเรื่องแบ่งออกเป็นยุคของคน 3 รุ่น ที่มีความสามารถพิเศษคือ ชำนาญการสตาฟสัตว์, บิดกระเพาะได้ เพื่อแข่งขันอ้วกได้ไกลที่สุด และชักว่าวลุกเป็นไฟ และพุ่งไปเป็นดวงดาวได้ครับ

Taxidermia เป็นภาพยนตร์ที่เข้าประกวดงานประกวดภาพยนตร์นานาชาติ โดยถูกส่งเข้าชิงโดยประเทศฮังการี เนื้อเรื่องของตัวภาพยนตร์มีการบอกเล่าถึงตัวละคร 3 คนที่มาจากตระกูลเดียวกัน คือ บาลาโตนี ที่มีการเล่าเรื่องไล่เรียงตั้งแต่รุ่นปู่ รุ่นพ่อ และไปสิ้นสุดที่รุ่นลูก หรือหลาน หรือรุ่นปัจจุบันนั่นเอง เหมือนแบ่งเป็นภาพยนตร์สั้นแบ่งออกเป็นช่วงละประมาณ 30 นาที รวมทั้งสิ้น 1 ชั่วโมงครึ่งทั้งเรื่อง

รุ่นของปู่

เปิดเรื่องด้วยเหตุการณ์ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง โมรอสโกวานญี เวนเดล นายทหารป่วยจิตที่มีคอกสัตว์้เป็นบ้านที่แต่ละวันแม่งก็คิดแต่จะหากลวิธีแปลกใหม่มาช่วยตัวเอง หรือ “ชักว่าว” ครับซึ่งแต่ละวิธีนั้นก็ถูกนำเสนอมาแบบป่วยจิตจริงๆ ไม่เว้นแม้แต่การแอบมองลูกสาวของผู้การ หรือผู้บัญชาการ บาลาโตนี หรือบางทีก็แอบไปกระทำชำเลาหมูหันเมนูอาหารมื้อค่ำ ก่อนที่ใครจะเข้ามารับประทานกัน แล้วจินตการว่าได้เสพสุขกับสาวร่างอวบ ตกเย็นก็ไม่มีอะไรทำนั่ง “ชักว่าว” จนกระจู๋ติดไฟ พวยพุ่ง ระเบิดกระจาย ทยานไปบนฟ้ากลายเป็นดวงดาวไป! มึงคิดได้เนอะ…

ในบางคืนก็จิตนาการว่าได้มีเซ็กส์กับกับภรรยาของผู้การ ซึ่งตัวภาพยนตร์เองก็ไม่ได้บอกเล่าแต่อย่างใดว่าเป็นจิตนาการหรือเรื่องจริงว่า เวเดลได้ร่วมรักกับภรรยาผู้การจริงหรือไม่ แต่เมื่อผู้การรู้ว่า นายเวนเดลมีพฤติกรรม ป่วยจิต ก็เป็นอันว่าไม่ควรเก็บไว้ จึงนำปืนบรรจุกระสุนจ่อ ยิงหัวนายเวนเดลกระจุยไป หลังจากเวนเดลตาย 9 เดือนต่อมาภรรยาของผู้การ บาลาโตนี ก็คลอดเด็กชาย ที่มีหาง ที่คล้ายหมู ติดมาจนต้องตัดทิ้งไป และผู้การก็ได้เลี้ยงดูเด็กคนนั้นจนเติบโตเป็นชายร่างอ้วนชื่อว่า คัลมาน บาลาโตนี

รุ่นของพ่อ

เป็นช่วงเหตุการณ์ในปี 1960 คัลมาน บาลาโตนี ได้เป็นตัวแทนนักกีฬาแข่งขันกินวิบากของประเทศฮังการี ที่มีการจัดการแข่งขันชิงแชมป์กินกระจาย เป็นโอลิมปิค ในช่วงที่ 2 ของภาพยนตร์นี้เต็มไปด้วยฉากชวนอาเจียนจนแทบอยากจะกด Forward DVD ให้ผ่านไปเร็วๆ เพราะตัวเรื่องได้เล่าเกี่ยวกับ การคัดตัวนักกีฬากินวิบากเหล่านี้ว่ามีการฝึกฝนมาแต่เด็ก เช่นเทคนิดการขยายกระเพาะอาหาร โดยมีการทำกราฟิก X-Ray ไปดูการทำงานของกระเพาะอาหารวนคลื่นไส้ การฝึกสำรอก หรืออ้วกพุ่งระยะไกลโดยใช้เครื่องจักรช่วยเหลือ

คัลมาน มีเทคนิดไม้ตายที่เรียกว่า การบิดกระเพาะอาการให้เป็นเลข 8 ไขว้ นอกจากฉากของหนังจะประโคมไปด้วยฉากคนสำรอก คนอ้วกพุ่ง คนปั้นอ้วกกลับมากินต่อ ฉากนี้ก็ยังรวมฉากน่ารัก แบบ ใสๆ เมื่อคัลมาน ได้พบรักกับ กิซีนักกินวิบากสาว จนสุดท้ายก็ลงเอยกันและมีลูกชายชื่อ ลาจอส

รุ่นลูก(หลาน)

ช่วงสุดท้ายที่ ต้องนั่งดูอย่างกังวลว่ามันจะมีอะไรเหี้ยๆ มาให้อ้วกเป็นช่วงๆ อีกไหม ปรากฏว่าเป็นตอนเดียวที่น่าจะซอฟท์ที่สุดเรื่องราวว่าด้วย ลาจอส หนุ่มเนิร์ด หน้าตาป่วยจิตร่างกายผอมบาง เปิดร้านสตาฟสัตว์ ชำนาญการถลกหนัง และล้างเครื่องใน เพื่อขายสัตว์สตาฟ แน่นอนว่าทุกวันไอ้เหี้ยนี่ต้องเดินไป Super Market เพราะต้องพยายามจีบสาวพนักงาน Cashier

ลาจอสในแต่ละวันต้องเป็นเครื่องรองรับอารมณ์ พ่อหรือ คัลมาน ที่วันๆ เอาแต่ด่า ดูถูก และชมแต่เทปความสำเร็จเก่าๆ ของตัวเองในวัยหนุ่ม ซึ่งในตอนนี้คัลมานไม่ใช่อย่างที่เป็นเหมือนเมื่อก่อน รูปร่างอ้วนเผละ เดินไปไหนมาไหนไม่ได้ เหมือนมนุษย์ต่างดาว จับบา เดอะ ฮัท ในภาพยนตร์สตาร์วอร์ ที่จะขยับได้ก็แค่มือ 2 ข้างที่สามารถคว้าของกินเข้าปากได้เท่านั้น

จนกระทั่งวันหนึ่งที่ สาว Cashier ได้เมิน และไม่สนใจ ซ้ำร้ายยังหนีหน้าตัวเค้าเอง ลาจอส เสียใจ และเริ่มรู้สึกว่าชีวิตของเค้าไม่มีใครอยากจดจำเลย ทำอย่างไรที่ทุกคนจะต้องจดจำตัวเค้าบ้าง ความคิดแว่บแรกที่ปรากฏคือทำยังไงที่จะทำให้เขาตกเป็นที่ตราตรึง และน่าจดจำได้ชั่วนิรันดร์ เค้าจึงเริ่มทำการสตาฟตัวเองให้กลายเป็นศิลปะชิ้นหนึ่ง ซึ่งวิธีการก็คือ ล้วงชำแหละเอาเครื่องในตัวเองออกมาล้าง มาพักไว้ต่อท่ออาหาร ท่อหายใจ เย็บปากแผลฉีดสาร และตัดหัวตัวเอง เอ่อ…ก่อนหน้าจะสตาฟตัวเอง เค้าเริ่มต้นสตาฟพ่อตัวเองก่อน และตัวของเขาเองก็ได้กลายเป็นหนึ่งผลงานศิลปะที่ได้รับ คำชมมากมาย และน่าประทับใจ

จบ…

จบเถอะ…ไอ้สัด หนังเหี้ยไรไม่รู้ ทนดูจนจบได้ก็เหนื่อยพอตัว มาฟันธงกันดีกว่า

สำหรับคนที่ต้องการ DVD ทางเลือกหนังอาร์ตแนวๆ แปลก ไว้ดูกับเพื่อนๆ ยามว่างๆ และก่อนทานอาหาร จัดไป 5/10 เลยครับ สำหรับคนป่วยจิตที่ต้องการภาพยนตร์ติสส์ ชวนอ้วก และน่าสะอิดสะเอียนแม้จะไม่มีฉากแหวะ ฉากฟันแทง ไส้แตก เลือกสาด ก็อ้วกได้ ก็เอาไปเลย (10/10)

Tags

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ บัญญพนต์ พูลสวัสดิ์

อาจารย์มหาวิทยาลัยสายไอที แต่ชอบเสพศิลป ชอบดูหนัง เรียกว่าเนิร์ดหนังก็ได้ ชอบ ท่องเที่ยว ชมงานศิลปะ และอ่านหนังสือ เขียน Blog เว็บนี้เขียนมาตั้งแต่อายุ 22 เมื่อก่อนเดินทางบ่อยมากตอนนี้นั่งดูหนังแล้วมารีวิวแบบ critics movie แทน

Related Articles

0 0 vote
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments
Back to top button
0
Would love your thoughts, please comment.x
()
x
Close

เราตรวจพบ Adblock บนบราวเซอร์ของคุณ

รายได้หนึ่งของเว็บไซต์คือ โฆษณา ของ Google ยังไงขอความกรุณาผู้อ่านทุกท่าน ปิด AdBlock บนบราวเซอร์ของท่าน เพื่อช่วยเหลือผู้เขียนด้วนะครับ :) ขอบคุณครับ