ActionLatestThriller

TENET 2020 เมื่อต้องเล่นกับเวลา

ทฤษฏีการเล่นกับเวลาที่ปรากฏในภาพยนตร์ TENET ของ Christopher Nolan นั้นต้องถือว่าเป็นสิ่งใหม่ แต่ในความเป็นจริงไม่ได้ยากเกินที่จะทำความเข้าใจ

แม้ว่าทฤษฏีการเล่นกับเวลาที่ปรากฏในภาพยนตร์ TENET ของ Christopher Nolan นั้นต้องถือว่าเป็นสิ่งใหม่ แต่ในความเป็นจริงการเล่นกับประเด็นนี้ไม่ได้ยากเกินที่จะทำความเข้าใจ

หากไม่อยากโดน สปอยล์  หนีไป!

จากหลากหลายเสียง ประกอบกับเนื้อหาที่เป็นความลับตลอดตั้งแต่มีการโปรโมต แล้วต้องเลื่อนฉาย พอได้เวลาฉายก็ถูกประโคมด้วยปริศนาทฤษฏีมากมาย หลบสปอยล์แทบไม่ทัน Christopher Nolan ในช่วงหลังเล่นกับเวลาค่อนข้างบ่อย โดยการหยิบยกทฤษฏีมากมายอย่าง Dunkrirk, Interstellar (จริงๆ เก่ากว่านั้นคือ Memento)  ทำให้พอคาดเดาได้ว่า  Christopher Nolan  ค่อนข้างให้ความสำคัญและออกจะหลงไหลในเรื่องของเวลามากทีเดียว และมันชัดมากขึ้นอีกแบบเห็นจะจะ และจับต้องได้ผ่าน TENET

หนังว่าด้วยเรื่องของตัวละครไร้นาม แต่ใช้คำว่า “ตัวละครเอก” (Protagonist ) รับบทโดย John David Washington (ลองดูผลงานอีกเรื่องสนุกไม่แพ้กันอย่าง BlacKkKlansman ใน Netflix) แน่นอนว่าเขาคือสายลับมือฉมัง แล้วบังเอิญได้พบเหตุการณ์ประหลาดของกระสุนกลับด้านจากชายที่มีเครื่องรางบนกระเป๋าที่เข้ามาช่วยเขาไว้ใน โรงละครโอเปร่า แต่ภารกิจดังกล่าวก็ล้มเหลว และตัวเขาเองก็พลาดท่าจนต้องฆ่าตัวตายตามวิธีของ CIA แม้เขาคิดว่าตัวเองได้ตายไปแล้วด้วยการกลืนยาพิษ นั่นคือจุดเริ่มต้นของ องค์กรที่ชื่อว่า TENET

เขาตื่นขึ้นมาอีกครั้งในองค์กรใหม่ที่เขาต้องสังกัดกับข้อมูลเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ต้องพิสูจน์ ซึ่งนั่นได้นำพาเขาไปพบกับกระแสของเวลาที่ไหลย้อนกลับ ว่าด้วยเรื่องของ อุณหพลศาสตร์  ที่เรียกว่า เอนโทรปี เป็นฟิสิกส์ทางกายภาพที่ว่าด้วยการหมุนกลับ หรือเปลี่ยนแปลงสถานะ ซึ่งถ้าหากเรียนฟิสิกส์มา เอนโทรปีสามารถมีค่าบวกหรือลบก็ได้ (คิดเสียว่าถ้าตัวแปร X เป็นบวก [+1] มันจะเดินทางไปทางขวามือของเรา  แต่ถ้า X เป็นลบ [-1] มันจะเดินทางไปทางซ้ายมือ เช่นกันถ้าตัวแปร Y เป็นเรื่องของแนวดิ่งถ้ามันเป็นบวกมันจะลอยขึ้น และถ้ามันเป็นลบมันจะจมลงไปในทิศทางที่สัมพันธ์แบบ Linear หรือเป็นเส้นตรง) อ่ะอย่าเพิ่งงง ที่พูดมาคือ TENET นั้นเล่นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงสสาร หรือเปลี่ยนเอนโทรปี แค่สิ่งที่ Nolan หยิบมาเปลี่ยนใน TENET นั้นคือ “เวลา”

แล้วบังเอิญ ตัวร้ายของเรื่องที่ร้ายสุดๆ  Sator (Kenneth Branagh, Murder in The Orient Express และ Dunkrik) กลับได้สิทธิพิเศษนั้นจากอนาคตในการเดินทางข้ามเวลาได้ด้วยเครื่อง Time Machine (ที่ดูเชยๆ และง่าย) ซึ่งตัวเอกของเราต้องหยุดยั้งภารกิจร้ายที่ Sator กำลังดำเนินอยู่ในการแย่งชิงอาวุธสำคัญ ที่รุนแรงกว่า ขีปนาวุธ นั่นคือ “กระแสของเวลา” เมื่อใดที่ กระแสของเวลาถูกบีบเข้าหากันทุกอย่างบนโลกจะหยุดนิ่งหรือบีบหายไป (ให้จินตนาการของการประสานมือ 2 มือเข้าด้วยกันถ้ากระแสจากซ้ายวิ่งเข้าไปชนกับขวา แล้วมันไปต่อไม่ได้แต่เวลาต้องดันมันไป ก็คือความหายนะบีบกันตาย, หรือฉากการยิงจรวดในตอนท้ายจากปฏิบัติการโอบล้อมจากอนาคตและอดีต ไปยังจุดหมายในเวลาเดียวกัน, เรียกปฏิบัติการคีป) เอาเถอะ Nolan ได้บอกเราแล้วว่า ตัวร้าย Sator ของเรารู้จักทฤษฏีของกระแสเวลาดี มันเลยทำให้ ทฤษฏีการเล่นกับเวลา  ที่ Nolan นำเสนอมานั้นดูหวือหวาด้วยการตีความของการย้อนเวลาใหม่ นั่นคือการเล่นกับทิศทางของ Revert ตามการเปลี่ยนแปลงสถานะของเอนโทรปี นั่นคือ กระแสเวลาที่ย้อนกลับ ซึ่งมากกว่าการเดินหน้า กลายเป็นการเดินย้อนกลับแล้ว ไอเดียยังบัญเจิดไปถึง กระสุนปืน คำพูด(การพูดย้อนกลับ) หรือโลกที่กลับหลังแต่เราวิ่งไปข้างหน้า และเก็บรายละเอียดที่ว่าอากาศที่หายใจกลายเป็นแรงดันออกทำให้สูดไม่ได้ต้องใช้อากาศส่วนตัว

ภารกิจสายลับของตัวละครเอก นับว่าไม่ต้องห่วงในฝีไม้ลายมือ เพียงแค่เขานำพาความ งุนงง ไปพร้อมๆคนดู และเข้าใจแจ่มแจ้งในตอนกลางเรื่อง อีกทั้งตัวละครอีกตัวอย่าง Neil (Robert Pattinson) เองที่ปรากฏในรูปแบบที่ไม่น่าไว้วางใจแต่ภายหลัง คือตัวละครที่สำคัญ พอกับตัวละครหลักตามสไตล์ของ Nolan ที่ตัวรองมักจะขโมยซีนใน Memento (Carrie-Anne Moss), DunKrik (Tom Hardy) หรือ  The Prestige (Christian Bale) เพราะกุญแจหลักจริงๆ ที่สำคัญของ TENET นั้นคือ Neil

Neil และ ตัวละครเอกของเราพบกันในเหตุการณ์สำคัญ (โอเปร่า Neil คือคนที่ใส่กระเป๋าที่มีเครื่องราง) , ภารกิจสุดท้ายที่สะเทือนใจ ที่ต้องทำให้ตัวเอกของเราร้องไห้ออกมา (เพราะรู้ว่า Neil จะต้องบอกลาแล้วกลับไปประตูเวลาเพื่อกลับไปรับกระสุนแทนตัวละครเอกของเราแล้วจบชีวิตลง) ในตอนท้าย ที่เป็นการเฉลยว่า Neil คือคนที่อยู่กับตัวเอกเสมอ, แม้แต่ทฤษฏีเพี้ยนๆ ของเหล่าแฟนคลับของ Nolan ที่พยายามจะทำให้เชื่อว่า Neil คือ Max (ทั้งชื่อฝรั่งเศส ทั้งประโยคต่างๆ ซึ่ง Nolan ยังคงเงียบอยู่)

แต่ Neil ก็เชื่อเสมอว่า “อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด” ทำให้มิติของตัวละครนี้ดูมีอะไรมากขึ้นมา

จะยังไงก็ตาม สรุปก็คือ TENET คือเรื่องราวของการปะทะกันของของสองฝั่งความเชื่อที่แตกต่าง หนึ่งคือกลุ่มคนที่ต้องการทำลายอดีต และ อีกกลุ่มกลุ่มคนที่ต้องการปกป้องอดีต โดยหยิบเอาประโยคสั้นๆ หนึ่งประโยคที่พูดถึง Free Will เจตจำนงเสรี  (แปลคือ ความสามารถในการเลือกทำสิ่งหนึ่งจากการกระทำต่างๆ ที่เป็นไปได้ โดยที่ไม่มีปัจจัยมาขัดขวาง) ซึ่งถ้าในความเป็นจริง ทฤษฏีของ Free Will เจตจำนงเสรี  ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีหรือไม่มี แต่ใน TENET มันคือการถูกหยิบมาเปรียบเปรย แนวคิดของคนทั้ง 2 กลุ่ม เมื่อตัวเอกของเรา อยู่ในฝั่งที่เชื่อมั่นว่า Free Will หรือเจตจำนงเสรีไม่มีจริง อนาคตถูกกำหนดมาโดยอดีต (ฉากที่คุยกับ Neil  ว่าถ้า Sator ได้ Algorithm ไปแล้ว และเขาทำลายโลกสำเร็จแล้วทำไมเรายังไม่หายไปจากโลกนี้) แต่ Sator เชื่อว่า อนาคตใหม่ มันเกิดได้ มันเปลี่ยนแปลงได้ เชื่อว่า เจตจำนงเสรี หรือ Free will มีอยู่จริง  ส่งภารกิจมาฆ่าบรรพบุรุษของเรา (Grand Father Paradox, ปริทัศน์คุณปู่)

สรุปมันคือ สงครามของอนุรักษ์นิยม (TENET) กับหัวก้าวหน้า (Sator) ส่วนของทฤษฏีอื่นๆ ก็คือปฏิบัติการคีป การจู่โจมจากปัจจุบัน และอนาคต ก็ดูไม่ได้เข้าใจยากขนาดนั้น

TENET ไม่ใช่หนังที่ดูยากอะไรในมุมมองผม แต่เป็นหนังที่อธิบายให้เข้าใจยากมากกว่า แต่ยังไงเสีย

สำหรับผม TENET นั้นเป็นการตอกย้ำว่า กระแสของเวลาเดินไปข้างหน้าเสมอ เพียงแค่จะช้าหรือเร็วเท่านั้น  จะเกิดปัญหาเดียวคือ กระแสของเวลาไปเคลื่อนที่ หรือหยุดไป อ้างอิงตามหลักทฤษฎีสัมพันธภาพ (Relativity Theory) การย้อนเวลาจะไม่มีทางเป็นไปได้เลย เราสามารถเดินทางไปอนาคตได้เส้นทางเดียว

เหตุการณ์ย้อนแย้งในอดีตจะไม่มีทางเกิดขึ้น ผลลัพธ์ของอนาคตก็จะไม่เปลี่ยนไป

คารวะความล้ำ นางเอกสวยมาก, อย่าพยายามเข้าใจ ให้ใช้ความรู้สึก

7.5/10

Tags

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ บัญญพนต์ พูลสวัสดิ์

อาจารย์มหาวิทยาลัยสายไอที แต่ชอบเสพศิลป ชอบดูหนัง เรียกว่าเนิร์ดหนังก็ได้ ชอบ ท่องเที่ยว ชมงานศิลปะ และอ่านหนังสือ เขียน Blog เว็บนี้เขียนมาตั้งแต่อายุ 22 เมื่อก่อนเดินทางบ่อยมากตอนนี้นั่งดูหนังแล้วมารีวิวแบบ critics movie แทน

Related Articles

Back to top button
Close

เราตรวจพบ Adblock บนบราวเซอร์ของคุณ

รายได้หนึ่งของเว็บไซต์คือ โฆษณา ของ Google ยังไงขอความกรุณาผู้อ่านทุกท่าน ปิด AdBlock บนบราวเซอร์ของท่าน เพื่อช่วยเหลือผู้เขียนด้วนะครับ :) ขอบคุณครับ