Horror

The Company of Wolves (1984) สยองขวัญนิทานกริมส์

"The Company of Wolves" สยองขวัญแฟนตาซีที่ไปเกินตำนานของ Red Riding Hood หรือหนูน้อยหมวกแดง ผลงานของ Neil Jordan ที่เน้นสไตล์ดิบลึกลับและน่ากลัว

“The Company of Wolves” สยองขวัญแฟนตาซีที่ไปเกินตำนานของ Red Riding Hood หรือหนูน้อยหมวกแดง ผลงานของ Neil Jordan ที่เน้นสไตล์ดิบลึกลับและน่ากลัวบรรยากาศของ The Company of Wolves ถูกถ่ายทอดและดำเนินเรื่องราวที่เกิดขึ้นในภูมิประเทศที่เป็นป่าดิบที่ลึกลับและเยือกเย็น รอบล้อมเทือกเขาที่กำลังย่างกรายสู่ช่วงฤดูหนาว โดยแทนอันตรายด้วยสัญลักษณ์ของปิศาจที่ลึกลับ หรือสิ่งปริศนาในป่าที่คลุมบรรยากาศทั้งเรื่องด้วย หมาป่า ภายใต้รูปลักษณ์ของการเป็นสัตว์ที่เหี้ยมโหด ไร้ปราณี หลบซ่อนและอาศัยอยู่เพื่อ ข่มขู่ และ ฆ่าเหยื่อที่อ่อนแอและไร้ทางสู้

โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวเมื่ออาหารขาดแคลน หมาป่าจะยิ่งดุร้ายมากขึ้น หากมองใน Facts ของเทพนิยายอย่างบทความ เทพนิยาย Grimm นิทานก่อนนอน หรือ นิทานฆาตกรรม? สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในนิทานหรือเรื่องเล่าคือหมาป่า เทียบเท่าฆาตกรในเทพนิยายเช่น Goblins(Rumpelstiltskin), Ogres หรือ แม่มด (Witch) ความน่ากลัวกว่าสิ่งที่ว่าก็อาจจะเพราะว่าหมาป่าเป็นเดรัชฉานไม่ใช่มนุษย์ดังนั้น มันไม่ฟังเหตุผลใดๆ เพื่อหลงกลหรือเพลี่ยงพล้ำได้

สำหรับ The Company of Wolves วิเคราะห์ว่า Neil Jordan น่าจะได้นิทานเวอร์ชัน Dark อย่าง Red Ridding Hood ที่เปรียบเปรยว่า เป็นตัวแทน สัญลักษณ์ความวิปลาสการเล่นเซ็กต์ระหว่างคน และสัตว์, แนวคิดของการกินเนื้อคน (Little Red Riding Hood: Inter-Species Sex Play, Cannibalism, อ่านได้ที่: เทพนิยาย Grimm นิทานก่อนนอน หรือ นิทานฆาตกรรม?)

ที่แม้ว่าหมาป่าไม่สามารถใช้เหตุผลได้ มาด้วยสัญชาตญาณดิบ และโหดร้ายล้วนๆ แต่พวกมันก็ฉลาด ฝูงหมาป่าสามารถดักล้อมและฆ่านักเดินทางที่หลงหรือออกนอกเส้นทางในป่าซึ่งไปยังเขตแดนของพวกมัน

ในบางตำนาน หมาป่าก็สามารถแทรกซึมเข้าไปในบ้านของบุคคล(ในข้อเท็จจริงคือการลุกล้ำ หรือเปรียบกับการกลายร่างตำนานของมนุษย์หมาป่า ไปจนถึงแนวคิดของอาการ Lycanthrope) แม้จะมีข้อเท็จจริงที่ว่าหมาป่าส่วนใหญ่เป็นเป็นสัตว์เดรัจฉาน แต่สำหรับ Neil Jordan ที่เล่ามุมมองอีกด้านใน The Company of Wolves เลือกที่จะอธิบายว่าชะตากรรมที่เลวร้ายที่สุดคือวิ่งเข้าไปหาหมาป่าแทน

The Company of Wolves เลือกจะเล่าเรื่องราวของนักล่าสัตว์ที่ฆ่าหมาป่าที่โชคร้ายที่ติดในหลุม เหล่านักล่าสัตว์หรือคนในเมืองเลือกที่จะฆ่าหมาป่าตัวนั้น ชำแหละและหั่นมันเป็นชิ้นๆ เพื่อเป็นการลงโทษที่ทำให้เมืองที่พวกเขาอาศัยนั้นหวาดกลัวในอันตรายยามค่ำคืน หมาป่าตัวใหญ่ทีเทานั้นถูกชำแหละและตัดอุ้งเท้าของมันออก เมื่อเขาเดินทางกลับมาบ้าน อุ้งเท้าที่ใหญ่ของสัตว์ร้ายก็ได้กลายเป็นมือของมนุษย์

ไม่นับเรื่องเล่าที่ตัวเองสาวน้อยนักฝันของเราที่ฟังจากคุณย่าของเธอ ที่อุปมาอุปมัยเชิง การเล่นกับไฟในการเปรียบ ปิศาจ-มนุษย์ผู้ชาย-หมาป่า ให้เธอต้องระวังตัวที่เป็นแก่นหลักจุดกึ่งกลางของเรื่อง เรื่องราวอื่น ๆ ในเมืองที่แสนหลอนในป่าแห่งนี้ ล้วนมีตำนานที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์หมาป่า ทั้งเรื่องราวของแม่มดสาว ซึ่งครั้งหนึ่งเธอถูกกระทำย่ำยีโดยครอบครัวของฝ่ายชาย จนเธอต้องสำแดงอิทธิฤทธิ์เปลี่ยนงานแต่งงานสุดหรูหรา เปลี่ยนแขกในงานแม้แต่เจ้าสาวเจ้าบ่าวให้เป็นสุนัขที่ไม่มีเกียรติ์เยี่ยงหมาป่า

ตำนานของสามีนักเดินทางของหญิงสาวที่หายตัวไปในคืนแต่งงาน ไม่นานหลังจากที่เขาหายตัวไปเธอก็ได้ยินเสียงหอนและเข้าใจว่าถูกหมาป่าจัดการไปแล้ว เมื่อทำใจได้และเขาไม่อาจจะกลับมา เธอเลือกจะแต่งงานใหม่และมีลูกกับสามี 3 คน หลายปีต่อมาในฤดูหนาวสามีที่หายตัวไปของเธอคนแรกได้กลับมาพร้อมอารมณ์ขุ่นเคือง ในรูปลักษณ์ที่แสนสกปรก เมื่อเขาเห็นลูกทั้งสามจากสามีใหม่ของเธอเขาจึงโมโหกลายร่างกลับไปเป็นหมาป่า จนกระทั่งสามีคนที่สองของเธอเข้ามาตัดศรีษะของหมาป่าที่จะทำร้ายลูกๆ เมื่อศรีษะของหมาป่าที่ตกลงไปในน้ำนมก็ได้กลายเป็นศรีษะของสามีคนก่อน เธอร้องไห้คร่ำครวญเมื่อเธอเห็นความรักในอดีตของเธอได้ตายไปต่อหน้าต่อตา และสามีคนที่สองเห็นเค้าจึงเอาชนะเธอด้วยการตบหน้าบันดาลโทสะเพื่อเรียกสติ

แม้ว่าผู้หญิงคนนี้จะทำร้ายมนุษย์หมาป่า แต่หากเทียบแล้วสามีนักเดินทาง หรือสามีมนุษย์หมาป่าคนแรกของเธออาจเป็นคนรักที่สมัครใจ มากกว่าชายที่เธอกล้ำกลืนฝืนอยู่กินที่ทำร้ายเธอ

เรื่องราวที่เกิดขึ้นกลางฤดูหนาวเปรียบกับช่วงเวลาขับขันอันตรายของวัยสาว สาวน้อยที่กำลังผลัดวัยสู่ความเป็นสาวแรกแย้มแม้ว่าเธอจะรู้ว่าหมาป่าเป็นสัตว์ที่เลวร้ายที่สุดในช่วงเดือนที่เหน็บหนาวอันตรายและแห้งแล้ง เธอก็ยังยืนยันที่จะถือตะกร้าอาหารให้คุณย่าที่ป่วยของเธอที่อาศัยคนเดียวในบ้านร้างกลางป่า อาวุธมีดขนาดใหญ่สำหรับการเดินที่เธอติดตัวไป ปริศนาของสัตว์ร้ายปิศาจในฤดูหนาวไม่ได้ทำให้หวาดกลัว แต่กลับทำให้เธอหลงไหลและไคร่จะเข้าใจชีวิตที่เป็นอิสระของสัตว์ป่า ซึ่งนั่นคือสัญลักษณ์ของความแตกต่างจากเด็กสาว หรือเด็กคนอื่น ๆ ที่ถูกขนบธรรมเนียมบังคับให้โต ผ้าคลุมสีแดงของเธอเปรียบได้กับ รอยเลือกบนหิมะ (ประจำเดือนที่บอกถึงวัยสาวที่พร้อม, หรือภาวะของความขบถที่อยากรู้อยากเห็น และต้องการเล่นกับไฟ)

สัญลักษณ์การปีนขึ้นไปที่สูงแล้วพบกับไข่ของนกที่แตกออกมาภายในไข่เหมือน เด็กทารก เป็นการเปรียบเปรยว่าเธอพร้อมที่จะมีลูก หรือเป็นสาวแล้ว

แม้ว่าเธอไม่ได้กลัวการเดินทางเธอเลือกที่จะ “ไม่กลัวอะไรเลย” แต่กระนั้นความกลัวก็เป็นพื้นฐานสามัญของมนุษย์ เธอยังกำมีดเล่มยาวที่ติดตัวแน่นขณะที่เธอได้ยินเสียงเห่าหอนของเหล่าหมาป่า และหมาป่าก็แสนฉลาดเมื่อมันเลือกที่จะเข้าหาเธอด้วยรูปลร่างของชายหนุ่มมาเส่ห์และแสนลึกลับ

 

ประโยคที่เธอต้องเผชิญกับมนุษย์หมาป่าในบ้านคุณย่าของเธอในช่วงท้าย เลือกจะหยิบสำนวนของหนูน้อยหมวกแดงที่ มีการตีความ Clitics มากมายที่ว่าเป็นการ ยั่วยวนและยินยอม ผสมความกล้าและกลัว หรือบางวิจารณ์ของความจริตกร้านร่านแรง ที่เอ่ยว่า:

“What big teeth you have” หรือ “What big arms you have.”

และหมาป่าก็เปรียบได้กับเหล่าผู้ชายที่ต้องการลิ้มรสของหญิงสาววัยแรกรุ่นที่มักจะตอบเสมอว่า:

“All the better to eat you with.” หรือ “All the better to hug you with.”

เป็นวาทะกรรมที่บ่งบอกถึง ราคะ และการเล่นกับไฟระหว่างหญิงและชาย

“The Company of Wolves” เป็นเรื่องราวที่นำตำนานทิทานเรื่องเล่า Red Riding Hood สาวน้อยหมวกแดงที่เหมือนเด็กที่อยู่ในคาบของ “มนุษย์หมาป่า” สำนวน (A wolf in sheep’s clothing) เธอถูกธรรมเนียมของหมู่บ้านในเมืองระแวกป่าดิบแห่งนี้ เชิดชู และสร้างเธอขึ้นเพื่อให้พวกเขาดูมี ‘อารยะ’ ซึ่งทำให้เธอกลายเป็นหญิงในอุดมคติของหญิงสาวผู้อ่อนหวานและน่าเชื่อถือ โดยที่เธอเองก็ปรารถนาในชีวิตที่ดิบ และอิสระ เฉกเล่นหมาป่า แต่กระทั้นความไร้เดียงสาของสาวน้อยก็ทำให้เธอตกอยู่ในอันตราย และความไร้เดียงสาของเธออีกเช่นกันที่ช่วยชีวิตเธอ เธอเชื่อมั่นในตัวเอง และเลือกที่จะเรียนรู้ ด้วยแรงและประสบการณ์ของหญิงสาวคนนึงที่เติบโตบนโลกที่สวยงามและโหดร้ายนี่โดยที่ไม่ต้องมีใครมาชี้นำเธอ

คะแนน 7.5/10

ความโดดเด่นคงเป็น บรรากาศ และเทคนิคการกลายร่างที่เจ๋งดี

Tags

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ บัญญพนต์ พูลสวัสดิ์

อาจารย์มหาวิทยาลัยสายไอที แต่ชอบเสพศิลป ชอบดูหนัง เรียกว่าเนิร์ดหนังก็ได้ ชอบ ท่องเที่ยว ชมงานศิลปะ และอ่านหนังสือ เขียน Blog เว็บนี้เขียนมาตั้งแต่อายุ 22 เมื่อก่อนเดินทางบ่อยมากตอนนี้นั่งดูหนังแล้วมารีวิวแบบ critics movie แทน

Related Articles

Back to top button
Close

เราตรวจพบ Adblock บนบราวเซอร์ของคุณ

รายได้หนึ่งของเว็บไซต์คือ โฆษณา ของ Google ยังไงขอความกรุณาผู้อ่านทุกท่าน ปิด AdBlock บนบราวเซอร์ของท่าน เพื่อช่วยเหลือผู้เขียนด้วนะครับ :) ขอบคุณครับ