ActionComedyLatest

The Great Escape (1963) แหกค่ายมฤตยู การก่อกวนศัตรูถือเป็นภารกิจสำคัญ

The Great Escape แหกค่ายมฤตยู เชลยฝ่ายพันธมิตรได้ถูกนำมาขังรวมกัน หลายคน มีประวัติการหลบหนีมากมายหลายครั้ง มารวมกันที่ค่ายนาซี

นับว่าเป็นหลังที่ได้ดูมาไม่ต่ำกว่า 4-5 รอบ แต่เพิ่งหยิบมาพูดถึงคือรอบที่ 5 สำหรับ The Great Escape แหกค่ายมฤตยู ว่าด้วยเรื่องของการแหกค่ายนาซีของเหล่าทหารฝ่านพันธมิตร

มีเปิดเผยเนื้อหา: เอาจริงๆ The Great Escape นี่สร้างขึ้นจากข้อมูลเรื่องจริง ดัดแปลงเหตุการณ์เพิ่มอรรถรสของภาพยนตร์เข้าไป พูดถึงการหลบหนีของทหารอังกฤษออกจากค่ายกักกันนาซี Stalag Luft III เมื่อเดือนเมษายน 1944 การหลบหนีถือว่าเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อของแผนการหลบหนี 76 คนในซึ่งเรื่องจริงหนีได้สำเร็จ 50 คนมี 3 คนได้กลับบ้านบางส่วนถูกส่งกลับไปค่ายใหม่ อีก 23 คนถูกยิงทิ้ง

The Great Escape โปรยทั้งภาพเท่ๆ ของ Steve McQueen ในฉากขี่ มอเตอร์ไซค์กระโดดข้ามรั้วค่ายทหาร ซึ่งฉากที่ว่านั้นปรากฏก็แทบจะท้ายเรื่องแล้ว แต่ยอมรับว่า ฉายา The Cooler King ที่หนังยกให้ตัวเอกคนนี้ และ The King of Cool ที่วงการยกให้แก่ Steve McQueen นั้นคือเรื่องจริง อยากจะบอกได้ว่า “แม่งเอ๊ย…ปู่แม่งเท่จริงๆ”

ค่ายกักกันเชลย Stalag Luft III นับว่าเป็นค่ายที่นาซีได้เลือก กำลังพล และกฏต่างๆ ไว้จองจำเหล่าเชลยที่ขึ้นชื่อว่าเป็นตัวแสบแห่งการหลบหนี ผู้คุมใหญ่ของค่ายนำโดย Von Luger (Hannes Messemer) ฉายา ‘The Kommandant’ ซึ่งเปิดฉากโดยการนำเชลยที่จับได้จากที่ต่าง ๆ โดย กลุ่มแกสตาโป และ หน่วย S.S.

เชลยฝ่ายพันธมิตรได้ถูกนำมาขังรวมกัน หลายคน มีประวัติการหลบหนีมากมายหลายครั้ง เช่น Ives ‘The Mole’  (Angus Lennie), ตัวเอกของเรื่อง Hilts ‘The Cooler King’ (Steve McQueen) หรือ Hendley ‘The Scrounger’ (James Garner), Danny ‘Tunnel King’ (Charles Bronson สมัยไม่มีหนวด) และตัวละครหลากฉายาที่เยอะแต่เราก็จะจำได้หมด แค่จำชื่อไม่ได้ ซ้ำค่ายนี้ยังมีระดับผู้การอย่าง Ramsey ‘The SBO’ (James Donald) และ ผู้การ Bartlett ‘Big X’ (Richard Attenborough) ที่ได้รับความเคารพจากทหารฝ่ายพันธมิตร ซ้ำเชลยศึกทั้งหมดที่ว่ามาต่างก็มีลูกเล่นแพรวพราวมีความสามารถ ที่หลากหลายแลฉลาดเป็นกรด

ข้อมูลของ Stalag Luft III นั้นน่าสนใจที่เยอรมันเชื่อว่า Stalag Luft III สามารถที่จะควบคุมเหล่าเชลยศึกจอมหลบหนีเหล่านี้ได้ด้วยแผนที่รัดกุม และกฏที่เด็ดขาด แต่แล้วก็พลาดท่าให้กับแผนการของผู้การ Bartlett ที่นำพาเชลยศึกร่วมมือกันขุดอุโมงค์ลับในการหลบหนี และหลบหนีออกไปได้ในเดือน มีนาคม ค.ศ. 1944 (พ.ศ.2487) เป็นเวลา 1 ปี โดยมีผู้หลบหนีจำนวน 76 คน สามารถหลบหนีออกมาได้ในที่สุด แม้ว่าหลายคนถูกจับได้ระหว่างหลบหนี และอีกมากมายหลายคนที่ถูกยิงทิ้งอย่างไร้ความปราณีจากเยอรมันก็ตาม

ถ้า The Great Escape คือเรื่องราวของการหลบหนีตามชื่อเรื่อง แล้วถ้าในเมื่อตอนจบทหารส่วนใหญ่ถูกต้อนกลับมาค่ายอย่างตัวเอก ผู้กอง Hilts และ Hendley เองก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ถูกจับกลับมา และตัวละครอื่นๆ ที่โดดเด่นอย่าง ผู้การ Bartlett ที่ดูจะเป็นตัวละครที่เด่นมากๆ และลูกน้องกลับถูกยิงตายเกลี้ยงในตอนท้าย มีหนีไปได้ก็ 2-3 คนที่รวม Danny ไอ้แผนการที่ว่านี้มันคือความล้มเหลวนะ แล้วมันจะบอกว่า เป็น The Great Escape ได้ยังไง?! ในมุมมองของผม ไม่ได้หลงประเด็นอะไรครับ The Great Escape นั้นมันบอกเราได้แล้วในบทสนทนาระหว่างผู้การ Ramsey ผู้นำทหารฝ่ายพันธมิตรที่เป็นเชลยศึก กับผู้การ Von Luger ผู้บัญชาการค่าย Stalag Luft III ได้กล่าวไว้ว่า…

“การหลบหนีเป็นหน้าที่และภาระกิจหลักของเชลยศึก เป็นการสร้างภาระหนักหนาอย่างหนึ่งให้กับศัตรู ที่จะต้องใช้กำลังพลจำนวนมากในการเฝ้าระวังควบคุม ภารกิจสำคัญของเชลยศึกคือการก่อกวนศัตรูให้มากที่สุด”

และประโยคนี้ก็เกิดขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ ผู้กอง Hilts และ Hendley กลับมาตอนท้ายอีกครั้ง ซึ่งเราก็จะเห็นความต่างที่ว่า Hilts ยังคงเยือกเย็นแล้วหาวิธีก่อกวนศัตรูต่อไป แต่สำหรับ Hendley นั้นเริ่มจะสงสัยกับภารกิจแห่งความสูญเสีย

แผนการที่หลบหนีออกมา หรือความพยายามของ Hilts และ Ives หลากหลายครั้งถูกจับใหม่ แล้วหนีอีก แม้กระทั่งคำสั่งของผู้การ Bartlett ให้ Hilts หลบหนีออกไปเพื่อสำรวจเส้นทาง แล้วแกล้งโดนจับเข้ามาใหม่ เพื่อมาวางแผนลำเลียงคน เพื่อเป็นการสำรวจลู่ทางภายนอกค่ายเพื่อเป็นเส้นทางหลบหนี Bartlett และเมื่อถูกจับมา ก็จะโดนลงโทษด้วยการถูกขังเดี่ยวเสมอแม้แต่ตอนจบเรื่องจนได้รับฉายา The Cooler King ไปจนถึงการปั่นประสาทของเหล่านักหลบหนีตัวแสบ อุโมงค์ลำเลียงพลของผู้การ Bartlett นับเป็นสร้างภาระให้กับเหล่าทหารเยอรมันตามเจตนารมณ์ที่กล่าวไว้โดยผู้กอง Ramsey ข้างต้นที่เหลือก็อยู่ที่มุมมองของทหาร

ฉากเด็ดของหนังเรื่องนี้ ฉากการก่อกวนเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของ Hilts ตัวเองกำลังจะหนีข้ามพรมแดนของเยอรมันได้แล้ว แต่เพื่อช่วยเพื่อนจึงเลือกเบี่ยงเบนความสนใจ ด้วยฉากขับรถมอร์เตอร์ไซด์ ซิ่งผาดโผนเพื่อสร้างความก่อกวนพวกทหารเยอรมันให้มาไล่ล่าตัวเอง แล้วกลุ่มที่ไล่ล่าก็ S.S. และ กลุ่มแกสตาโป ซึ่งถ้ามาดูยุคนี้ก็คงแสนธรรมดา ตามกาลเวลาแต่ถ้ามองไปที่ยุคนั้น ฉากเหล่านี้คือการสร้างความตื่นเต้นให้กับคนดูได้สุดๆ และเท่โคตรๆ

ภารกิจสำคัญของเชลยศึกคือการก่อกวนศัตรูให้มากที่สุด

บทสรุปเราจะเห็นว่า แม้เชลยศึกส่วนใหญ่จะถูกยิงทิ้ง และสร้างความสูญเสียแก่คนที่ถูกจับกลับมาแต่ บทสนทนาของ Von Luger ที่ถูกปลดย้ายเพราะไม่มีศักยภาพพอจะคุมเชลยได้บอกกับ Hilts ในตอนท้ายที่ว่า Hilts จะคงจะได้เห็นกำแพงเบอร์ลินก่อนเขาคงจะจริงเป็นการบอกให้คนดูรู้ว่าจริงแล้วมันจบแบบ Happy Ending นะ

ตัวหนังเป็นภาพยนตรืคลาสสิค หรือหนังเก่า ดังนั้นลดอคติแล้วดูนะครับ ค่อนข้างสนุก ไม่เครียด บางฉากขำด้วยด้วยจัดเข้าหมวด Comedy ได้สบาย และอย่างที่บอก ปู่ Steve McQueen นี่แม่งเท่จริงๆ ไอดอลเลย

9.5/10 ดูซะ

Tags

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ บัญญพนต์ พูลสวัสดิ์

อาจารย์มหาวิทยาลัยสายไอที แต่ชอบเสพศิลป ชอบดูหนัง เรียกว่าเนิร์ดหนังก็ได้ ชอบ ท่องเที่ยว ชมงานศิลปะ และอ่านหนังสือ เขียน Blog เว็บนี้เขียนมาตั้งแต่อายุ 22 เมื่อก่อนเดินทางบ่อยมากตอนนี้นั่งดูหนังแล้วมารีวิวแบบ critics movie แทน

Related Articles

Back to top button
Close

เราตรวจพบ Adblock บนบราวเซอร์ของคุณ

รายได้หนึ่งของเว็บไซต์คือ โฆษณา ของ Google ยังไงขอความกรุณาผู้อ่านทุกท่าน ปิด AdBlock บนบราวเซอร์ของท่าน เพื่อช่วยเหลือผู้เขียนด้วนะครับ :) ขอบคุณครับ