Home / Horror  / The Holy Mountain (1975) หุบเขาศักดิ์สิทธิ์ ชีวิตอมตะ ศิลปะบนความเสื่อม

The Holy Mountain (1975) หุบเขาศักดิ์สิทธิ์ ชีวิตอมตะ ศิลปะบนความเสื่อม

The Holy Mountain ความวิปลาส, งานศิลปะชิ้นเอก คงเป็นสิ่งที่บอกถึงความเป็นอัจฉริยะบนความแปลกเข้าขั้นวิปลาส ในผลงานที่ถ่ายทอดออกมาในแต่ละชิ้นงานของผู้กำกับสุดอื้อฉาวตลอดกาลอย่า Alejandro Jodorowsky ทั้งเขียนบท กำกับ อำนวยการสร้าง ออกแบบงานภาพ และ แสดงดำซึ่ง Jodorowsky นั้นเข้ามีส่วนร่วมทุกตำแหน่ง ซึ่งผลงานตลอดระยะเวลา50 ปีของเขาล้วนเกิดการตั้งคำถาม และเป็นข้อพิพาทอย่างหนักหน่วงมาตลอด

ครั้งนึงในวิชาปรัชญาสมัยที่ผมเรียนมหาวิทยาลัย เป็นคลาสที่ผมชอบมากที่สุดตอนซัมเมอร์ปี 3 ที่อาจารย์จะนำหนังภาพยนตร์ดีๆ มาวิเคราะห์ และวิจารณ์การกระทำของแต่ละคนที่ปรากฏขึ้น ที่เรียกว่า การวิจารณ์วรรณกรรม ที่ทำให้การรีวิวหนังของผมเป็นความชอบก็เพราะ วิชานี้ ที่สำคัญ มีครั้งนึงเราวิจารณ์ประเด็นด้วยเรื่องของภาพ และ ความรุนแรงบนแผ่นฟิลม์ แบบ Surreal (มีเขียนไว้ที่: Eraserhead (1977) ไอ้หัวยางลบ กลไกจิตใต้สำนึกที่เกินอธิบาย ) ภาพยนตร์เรื่องนึงที่เคยดูแบบไม่ตั้งใจแต่ก็ทำเอาติดตา และจดจำได้จนกระทั่งเวลานี้ หน้าปกคือ ชายที่ วิ่งหา หญิงสาวขาแมงมุม แล้วมารู้ทีหลังว่า หญิงสาวแมงมุมนั้นคือแรงบันดาลใจจากภาพวาดArachne และเจ้าภาพยนตร์ขาวดำที่ชวนปวดเศียรเวียรเกล้านั้นคือFando y Lis (Fando and Lis) ที่มารู้ภายหลังอีกว่าเป็นผลงานของJodorowsky และมีการห้ามฉายในบางประเทศ ด้วยภาพความรุนแรง และการทำร้ายจิตใจ ประกอบกับงานภาพที่ไม่น่าพิศมัย ชวนแขยง ทั้งการตบตีหญิงสาว Lisขาพิการ ฉากกระเทยแต่งหญิงที่ชวนอ้วกนิดๆ และ Surreal ของเมืองในอุดมคติของ Fando ที่เข็น Lis สาวพิการ ไปหาสถานที่แห่งนั้นเพื่อความรัก และจบที่เรื่องหดหู่ที่เกินคำว่าโศกนาฏกรรมติดตาก ติดสมองไปหลายวัน ไม่แปลกที่ Jodorowsky ต้องวิ่งหนีตายในวันที่ฉายหนังเรื่องนี้เพราะคนดูรับไม่ได้ต้องวิ่งเข้าทำร้ายเขา และ ถูกสั่งฉายเรื่องนี้ในหลายประเทศไปเลย

โปสเตอร์ Fando y lis

โปสเตอร์ Fando y lis

หลังจากนั้น ไม่เคยลืมชื่อของ Jodorowsky เลยยกให้เป็นผู้กำกับที่เล่นกล้าๆ กลัวจะดูหนังของเขา จนกระทั่งวันนึงที่ร้าน DVDแห่งหนึ่งแถวงามวงศ์วานที่รวบรวมแผ่นหนังหายาก อย่าง Seven Seal และ The Great Escape ก็มีแผ่นหนังหน้าตาแปลกๆ ที่ชื่อ The Holy Mountain ขึ้นมา แผ่น DVD นั้นผมหยิบไม่ลังเลเพราะ เป็นงานของ Jodorowsky เมื่อเปิดดูไปสักหน่อยต้องปิดเพราะ พลอตที่ยากเกินเข้าใจ คัลท์ หรือเข้าถึง การเดินทางดินแดนภูเขาอันศักดิ์สิทธิ์ กับความเชื่อเรื่องชีวิตที่เป็นนิ และภาพที่น่าแขยงบนความศิลปะที่บอกไม่ถูก การดูค้างคาในตอนนั้นยาวนานเกือบ6 ปีเต็ม ที่ก็มีท่าทีไปอ่านสปอยล์จาก Pantip จากกระทู้จากเว็บหลากหลายแห่งถึงผลงานเรื่องนี้ที่โดนเตือนว่า จิตตก แต่ช่วงนั้นก็รวบรวมพลังประสบการณ์ดูหนังชวนแขยง ชวนอ้วก อย่าง The Skin I Live In, Dog Tooth, Funny Game ของ Haneke,Guinea Pig : Flower of Flesh and Blood, Salo the 120 day of Sodom (ถือว่าพีคระดับหนึ่ง),จับคนทำตะขาบที่ดูป่วยจิตสองภาค

แต่ละเรื่องนี่ก็พอจะประสาทเสียได้แต่มันก็หนังอ่ะนะ ก็พอจะใจกล้ากลับไปดูลัทธิความเสื่อมภาพในหัววิปลาส ที่ขัดแย้งกับของ David Lynch อย่าง Eraser Head อย่าง The Holy Mountain แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับว่า ส่วนตัว The Holy Mountain คือความเสื่อม ความจัญไร เสื่อมจิต ชนิดที่ว่าไม่มีความรุนแรงมากมาย แต่มันถ่อย จัญไร เกินจะอธิบายได้แบบไร้พลอตหลัก

และใช่มันคืองานศิลปะ ศิลปะชั้นดีที่แสดงบนความถ่อยสถุนจัญไรในภาพจิตนาการของคนวิปริตวิปลาสขั้นสูง  คืองานภาพมีองค์ประกอบศิลป แต่ก็เป็นภาพที่ไม่น่าดู อุดมไปด้วยภาพที่ไม่โสภานัก

นับว่าต้องยกนิ้วให้Jodorowskyไปเลยว่าลุงแน่มาก!

The Holy Mountain แบ่งแกนเรื่องออกเป็น 3 ส่วนคือส่วนองค์แรก คือ มายาคติ เรื่องของชายที่ใบหน้าลักษณะคล้ายคลึงพระบุตร หรือพระเยซู แต่ใช้ชื่อในภาพยนตร์ว่า Thief หรือโจร ที่ต้องพบกับ บรรยากาศเมืองที่แสนโกลาหล และประหลาดที่ไม่น่าดู แต่ก็เป็นงานศิลปะ ที่ไม่รู้ว่าควรชมว่าสวย หรือสบถด้วยความถ่อยเถื่อน แต่ต้องยอมรับว่า Jodorowsky เก่งเรื่องของการแซะ และเหน็บแนมสังคม การปกครองตามช่วงเวลายุคสมัยนั้นๆ ซึ่งมายาคติที่แสน Surreal นี่เองที่จะพาเราไปพบกับคณะละครสัตว์กิ้งก่า และคางคกที่น่าแขยง สะท้อนสงคราม

สาวเปลือยที่สามารถเล่นเรื่องเพศกับสิ่งของบูชา การล่า และฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของทหารที่ถือสัญลักษณ์ของสุนัขที่โดนถลกหนังเป็นร้อยมาเดินแห่

และสังหารคนที่ไม่เข้าข้างทหาร ร่องรอยกระสุน เต็มไปด้วยเลือดที่โบยบินเป็นนก(เสรีชน และทหารที่หมายถึงทรราช)ซึ่งเหล่าคนที่เข้าข้างทหารก็ยินดี หัวเราะ ถ่ายภาพการฆ่ากัน อย่างสนุกสนานแม้จะถูกลากไปขืนใจข่มขืนโดยทหารใบหน้าของหญิงสาวก็ยินดี มันไม่มีภาพสิ่งสวยงามใดๆ ปรากฏ แต่มันก็มีองค์ประกอบศิลปะที่น่าค้นหาปรากฏในส่วนของภาพที่บรรยายมา ภาพที่ฉีกกฏของศีลธรรมทุกข้อมาขย้ำป่นปี้ตรงหน้าผู้ชมแบบเรา

ช่วงที่สองเป็นช่วงที่โจร ต้องพบกับนักเล่นแร่แปรธาตุ เจ้าลัทธิที่เสนอชีวิตแห่งอมตะ (Jodorowsky เล่นเอง) ที่เต็มไปด้วย สัญลักษณ์มากมาย สาวเปลือย แพะ ฮิปโป อูฐ และทองคำที่ นักเล่นแร่เสนอให้กับโจร โดยสาวเปลือยควักทองคำก้อนนั้นออกมาจากก้นของโจร

มีความเป็น Surrealสูงเช่นฉากของการนำปิศาจร้ายที่มากับรูปลักษณ์ของหมึกสีดำที่อยู่ในจิตใจของโจร และได้พบเรื่องราวแปลกประหลาดมากมายในงานภาพที่เป็นองค์ประกอบศิลป และความไม่โสภาน่ามอง กับการกระทำ ปรากฏขึ้นมา พร้อมกับเหล่าคนที่มีพฤติกรรมแปลกที่เป็น “โจร” เช่นกันอีก7 คน แต่ละคนก็จะมีสัญลักษณ์ของคนแต่ละแบบ แต่ละประเภท เช่น คนหื่นกาม สาวที่เป็นเลสเบี้ยนและไบโพลาร์, ชายมักมาก,หญิงสาวตัวตลกใสสื่อกลางวัน และเป็นเสมือนเจ้าแม่ค้ายาตอนกลางคืน,นักการเมืองที่ชอบรมแก๊ส,ชายเลี้ยงหนูจอมเผด็จการ,นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ขี้ฉ้อฉล  เรื่องราวของแต่ละคน ทั้งเสียดสี ประชดประชัน และสะท้อนสันดานดิบที่สุดในมนุษย์ออกมาตีแผ่สังคม และชีวิตได้ชนิดที่ว่าสุดเลย

ทั้ง 8 ต้องทำพิธีกรรมที่แปลกในการเผาตัวตน ละซึ่งมายาคติที่สร้างขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมจะก้าวสู่ภูเขาศักด์สิทธิ์เพื่อความเป็นชีวิตอมตะ

เผชิญ ด่านแห่งฝันร้าย หัวนมเสือดาว นรกแมงมุม สายฝนที่ประกอบด้วยเหรียญทองคำพร้อมฆ่าคน,หญิงสาวที่สมสู่กับวัตัวผู้? เสือ และ ต้นไม้ประหลาด?

คือต้องพูดว่าทำหนังเรื่องนี้มาเพื่อคนธรรมดาดูจริงเหรอวะ ขอสบถเลยว่า จัญไรสุดๆ

และช่วงสุดท้ายคือการ ตบหน้าคนดูอย่างพวกเราเกี่ยวกับชีวิตอมตะ และภูเขาศักดิ์ด้วยคำว่า “โลกแห่งความเป็นจริง” ที่เล่นเอาเงิบชนิดที่ว่า เอางี้เลยเหรอลุง

ย้อนกลับไปเลยขอพูดว่า

นับว่าต้องยกนิ้วให้Jodorowskyไปเลยว่าลุงแน่มาก!

พูดได้ว่า The Holy Mountain เป็นการนำเสนอหนังแนว Surrealism ที่ชวน ขยาด ชวนอ้วก ชวนด่า และหวาดเสียวไปกับงานศิลปแปลกตา งานภาพที่ดูสวย? ประหลาด และขยะแขยง แทบจะตลอดทั้งเรื่อง ที่สะท้อน ผ่านสัญลักษณ์ความเขลาและกลวง ของคนชั้นกลางและชั้นสูงในสังคม ภาพความโหดร้ายของการล่าอาณานิคม เม็กซิโกแทนด้วยสงครามกบ กิ้งก่าแปลกประหลาดตาและน่าแขยง เฮ้อ

Real Life Awaits Us– ประโยคจบของหนังที่ทำให้เราต้องหันกลับมามองตัวเองใหม่

คะแนน  – ไม่ให้ดีกว่าไปหาดูเองนะ

ยกนิ้วให้ Jodorowsky, ลุงแม่ง! แน่มาก!

daydevthailand@gmail.com

อาจารย์มหาวิทยาลัยสายไอที แต่ชอบเสพศิลป ชอบดูหนัง เรียกว่าเนิร์ดหนังก็ได้ ชอบ ท่องเที่ยว ชมงานศิลปะ และอ่านหนังสือ เขียน Blog เว็บนี้เขียนมาตั้งแต่อายุ 22 เมื่อก่อนเดินทางบ่อยมากตอนนี้นั่งดูหนังแล้วมารีวิวแบบ critics movie แทน

Review overview
NO COMMENTS

Sorry, the comment form is closed at this time.