Home / Comedy  / The Shape of Things (2003) ความรัก ศิลปะ และงานวิจัย

The Shape of Things (2003) ความรัก ศิลปะ และงานวิจัย

ถ้าความรักทำให้คนคนหนึ่งเปลี่ยนแปลงตัวเองได้เพื่ออีกคนมันคงจะดี แล้วความเป็นจริงสมมติฐานข้อนี้มันเป็นไปได้ไหม The Shape of Things ได้พาเราไปพบและไปเกินคำตอบข้อนี้

Screen Shot 2559-01-06 at 12.10.40 AM

เป็นภาพยนตร์ที่เคยได้ดูสมัยยังเป็นวัยรุ่น ในตอนนั้นก็ยังไม่เข้าใจในสิ่งที่มันจะสื่อถึงเท่าไร คิดแค่ว่าเป็นขนบของหนัง รอมคอม ธรรมดาๆ กับตอนจบที่งงๆ คาใจ จนกระทั่งผ่านสายตามาแล้วถึง 3 ครั้งตามช่วงอายุที่เว้นห่างปี และ 2 ปี ในแต่ละครั้งที่ได้ดู The Shape of Things ในช่วงอายุที่แตกต่างก็เหมือนกับว่าเราดูหนังคนละเครื่อง และตีความคนละความหมาย แต่สุดท้ายก็สรุปแก่นของเรื่องมันออกมาได้ตรงตัวว่าสุดท้ายแล้วมันบอกเล่ากับเราถึงเรื่องอะไร

shape1-1024x567

Evelyn กับ Adam (Adam กับ Eve) เจอกันครั้งแรก ภาพแรกให้จำภาพนี้เอาไว้ แล้วเราจะตีความว่าอะไร?

ศิลปะ และ งานวิจัย

ตอนที่เรียนปริญญาโทอยู่นั้นก็ได้มีโอกาสทำงานวิจัยมากมายทั้งเป็นผู้ช่วยนักวิจัย งานวิจัยภาคปฏิบัติการสังเกตการณ์ของอาจารย์ มาจนตอนนี้มีโอกาสเป็นอาจารย์ที่ได้ลงมือทำวิจัยจริงๆ กับการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์กลุ่มตัวอย่าง ใน ที่นี้คือผู้เรียน หรือนักศึกษา เพื่อนำมาประเมินผลผ่านหลักการวิเคราะห์ทางสถิติ แล้วเปรียบเทียบกับสมมติฐานในใจที่คิดไว้ว่า ตรงหรือเปล่า ซึ่งบางแลปงานวิจัยก็ใช้เวลานานบ้าง สั้นบ้าง ยิ่งนานก็ยิ่งรู้สึกว่ามันมีความหมาย ยิ่งทดลองซ้ำๆ หลายๆ ครั้งเพื่อย้ำความเป็นไปได้ และเมื่อความเป็นไปได้มันเข้ารูปเข้ารอยก็ยิ่งรู้สึกเหมือนประสบผลสำเร็จ อีกทั้งยังผูกพันธ์กับกลุ่มตัวอย่าง (ผู้เรียนอีกต่างหาก)

ถามว่าที่พูดมาเมื่อกี้นั้นเกี่ยวอะไรกับ The Shape of Things เอาเป็นว่าผมจะเล่าให้ฟังคร่าวๆ เกี่ยวกับเรื่องราวทั้งหมดแบบย่อๆ

Paul-Rudd-The-Shape-of-Things

เจ้าหน้าที่ดูแลพิพิธภัณฑ์งานศิลปะ Adam Sorenson (Paul Rudd) ผู้ชายปรกติๆ ธรรมดาๆ ไม่มีอะไรพิเศษ ได้พบกับหญิงสาวที่มาเยี่ยมชมงานคนหนึ่งชื่อว่า Evelyn Ann Thompson (Rachel Weisz) เขารู้สึกสนใจเธอเป็นพิเศษ ประกอบกับท่าทีของเธอก็ดูจะสนใจเขาอยู่เหมือนกัน หลังจากวันนั้นผ่านไป Adam ก็พบเธอบ่อยขึ้นจนเขาเลือกที่จะทำความรู้จัก และขยับความสัมพันธ์เป็นการคบหาดูใจกับ Evelyn (เหมือน Adam กับ Eve ในสวนอีเดนสัญลักษณ์ตัวแทนความเป็นผู้ชายและผู้หญิง)

The_Shape_of_Things

Screen Shot 2559-01-06 at 12.13.01 AM

แต่หลังจากที่ Adam และ Evelyn ตัดสินใจคบกันแล้ว กลับมีหลายๆ สิ่งที่ทำให้เขาต้องตัดสินใจนั่นคือ “เงื่อนไข” ที่คนรักขอให้ปรับปรุง ถ้าให้พูดตรงๆ แบบไม่ไว้หน้าคือขอให้ “เปลี่ยน” ซึ่งถ้าเป็นเรื่องปรกติช่วงโปรโมชันของผู้ชายทั่วๆไปก็ไม่มีปัญหาเรื่องแค่นี้ปรับเปลี่ยนเล็กๆ น้อยๆ ไม่มีปัญหาอะไรต่อชีวิต ซึ่งนั่นก็คือระยะแรกของการเปลี่ยนแปลงของ Adam ที่เป็นระยะการเปลี่ยนเพื่อเอาใจ อาจจะเพราะ #ยังใหม่ #เพิ่งคบ #ทำคะแนน #กลัวเสียหน้าเวลาโดนบอกเลิก ซึ่งสิ่งที่ Adam ทำการปรับเปลี่ยนไปนั้นก็คือพื้นฐาน ทั่วๆ ไปที่ผู้ชายส่วนใหญ่เป็นกัน

  1. เปลี่ยนทรงผม
  2. เปลี่ยนการแต่งกาย
  3. เปลี่ยนการใช้เวลา
  4. เปลี่ยนจากใส่แว่นเป็นถอดแว่น

ก็มีเรื่องราวมากมายปรากฏออกมาตามประสา ภาพยนตร์ รอมคอม ให้เราตลกบ้าง แสบบ้าง ตลกร้ายบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตลกร้าย (และร้ายมากในตอนท้ายของเรื่อง) สำนวนที่คบคายนั้น The Shape of Things มักทิ้งประโยคยียวนสลับระหว่างที่ภาพยนตร์ดำเนินเรื่องไป เช่น

Evelyn: Pornography is meant to titilate and excite you. I mean does a penis excite you? Any ol’ penis? Did you like what you saw? Did it get you hot? (วิจารณ์องคชาติของรูปปั้น ว่าน่าจะมีรูปทรงประหลาดหรือผิดปรกติคนปั้นเลยต้องเอาใบไม้มาปิด)

Adam: Next you’re going to tell me that the handkerchief with the strawberries on it is missing! Evelyn: I don’t know that reference. (อะไรคือบรรทัดฐาน)

the-shape-of-things-trio

การเปลี่ยนแปลงของความสัมพันธ์กับระยะเวลาที่ว่าไปนั้นดำเนินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งความรู้สึกของ Adam นั้นเข้าสู่โหมดการเปลี่ยนแปลงระยะที่สอง ที่เป็นระยะที่ผู้ชายส่วนน้อยที่ผ่านระยะแรก(โปรโมชัน แล้วกลับไปเป็นแบบเดิม) นั่นคือ Adam เริ่มเปลี่ยนแปลงเพื่อบางสิ่งที่เขาเห็นค่า

  1. เริ่มสักรอยสัก ตามที่ Evelyn บอก
  2. เริ่มงดปาร์ตี้ และพบเจอเพื่อนฝูงเพื่อนสนิทของเขา เพราะต้องให้เวลากับเธอ

จนกระทั่งระยะสุดท้ายของการเปลี่ยนแปลงของ Adam ที่มีต่อ Evelyn นั้นคือระยะที่สาม ระยะที่บอกได้ว่าเขาทำทุกสิ่งเพื่อเธอได้ แม้ดูผิวเผินนั้นจะเหมือนอาการของ #ความหลง แต่จริงๆ แล้วถ้าผู้ชายที่ได้รับชม และวิเคราะห์กันจริงๆ จะเข้าใจว่า และสามารถบอกกับผู้หญิงที่ดูข้างๆ กันได้ว่า ความหลง นั้นมันอยู่ในระยะแรก ระยะช่วงโปรโมชัน เพียงแค่การกระทำของแต่ละคนมันจะโอเวอร์มากน้อยแค่ไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับบุคคลิกลักษณะของแต่ละคนนั้น บางคนรักแรง บางคนหลงเพียงชั่ววูป ทำอะไรบ้าๆ ไปที่ใกล้เคียงขั้นสอง แต่สำหรับ Adam นั้นอาจ จะเหมือนปรกติมนุษย์ผู้ชายทั่วไปที่ไม่ได้ถึงกับหลง แต่ก็ได้พ้นระยะที่สองคือการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของตัวเอง เข้าสู่ระยะสุดท้าย คือการเปลี่ยนแปลงตัวตน (ทั้งนามธรรม และรูปธรรม) เช่นการศัลยกรรม และ แหก กรอบระเบียบของครอบครัว เพื่อ Evelyn

the-shape-of-things

เราจะเห็นว่า Adam นั้นเป็นเหมือนกลุ่มตัวอย่างที่เปลี่ยนแปลงผันตรงกับเวลา โดยมีตัวแปรต้นคือ Evelyn

รูปทรงของบางสิ่ง (The Shape of Things)

Evelyn ได้พูดถึงเรื่องของ “Subjective” (ในความหมายของเรื่องคือ “นามธรรม”) เธอมีสมมติฐานที่ว่า Suvjective หรือนามธรรมนั้นสามารถปั้นและตกแต่งให้มันกลายเป็นรูปธรรม หรือรูปร่าง (Shape) ได้เหมือนหลายๆ สิ่ง (Things) ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ทำร้ายจิตใจคนดูผ่านตลกร้ายในบทสรุป

Screen Shot 2559-01-06 at 12.07.38 AM

Screen Shot 2559-01-06 at 12.08.08 AM

เราจะเห็นว่าในฉากสุดท้ายนั้น Adam ก็ได้พบกับความจริงที่แสนโหดร้ายเมื่อเขาเป็นเพียง หัวข้องานวิจัยในวิทยานิพนต์ของ Evelyn เพื่อที่เธอจะได้ปริญญา กับคำถามที่เธอ Adam ถามเธอกลับว่า เธอรักเขาบ้างหรือเปล่า? แล้วตัวหนังก็ตัดจบไป

Screen Shot 2559-01-06 at 12.09.22 AM

ทิ้งความแสบสันให้คนดูต้องเดาต่อว่าเธอจะตอบยังไงผ่าน น้ำตาลูกผู้ชายกับแสงไฟติดๆ ดับระหว่างคำว่า You Love Me และคำว่า Not

ภาพยนตร์จบลงที่เหตุการณ์ทั้งหมดของเรื่องคือ Adam โดนหลอก

หากมาวิเคราะห์ดูแล้วเราจะเห็นว่าทั้งหมดนั้นคืองานวิจัย Adam เป็นเพียงกลุ่มตัวอย่างที่คนดูในครั้งแรกของเรื่องเมื่อพบกับฉากจบแบบนี้แล้วจะต้องรู้สึกสงสาร และต่อว่า Evelyn ในแง่ของ ตัวแสบที่มาปั่นหัวเห็นผู้ชายเป็นของเล่นมีชีวิต หรือบางคนก็คิดว่า Evelyn มีปมอะไรบางอย่างหรือเปล่า?

เอาเข้าจริง Evelyn นั้นเป็นตัวละครที่ดูง่ายที่สุด เพราะเธอแทบไม่มีความซ้ำซ้อนอะไรเลยในเรื่อง เพียงแค่ว่าเราถูกอารมณ์ของเรื่องพาเข้าไปอยู่ใกล้ชิดกับ Adam จนลืมไปว่าจริงๆแล้วตัวแปรของเรื่องคือ Evelyn (ตามทฤษฏีของตัวแปรต้น เป็นสิ่งสำคัญเสมอ)

2003_-_The_Shape_of_Things

อย่างที่บอกว่าการปั้น Subjective ให้เป็นรูปร่างของ Evelyn นั่นคือสมมติฐานของเธอ ทุกประโยคของเธอคือสิ่งที่เล่าออกมาจากความคิดที่เธอหวังไว้ (ให้ดูรอบที่ 2-3) Shape หรือรูปทรงที่ว่านั้นอาจจะไม่ได้หมายถึงรูปร่าง รูปทรง ในเชิงศิลปะของเธอ Shape แบ่งออกเป็น 2 อย่าง ภายในคือ จิตใจ ทัศนคติ ความคิด อารมณ์ ภายนอกคือ รูปร่าง บุคคลิกลักษณะ (ผมสั้น ดูดีกว่าผมยาว, ไว้หนวดน่าเกลียดว่าโกนหนวด หรือ คนรูปร่างผอมดูดีกว่าคนรูปร่างอ้วน, แว่นเนิร์ด กับไม่ใส่แว่น) จะเห็นว่า Evelyn ใช้เสน่ห์ ให้ท่า Adam ตั้งแต่แรกด้วยการทำการแหกกฏข้อบังคับ เพื่อให้เขาสนใจ (การเดินเข้าเหตุห้ามเข้า การแตะสิ่งที่ห้ามแตะ)

shape1-1024x567

ภาพแรกกลับมาดูอีกครั้ง

Evelyn เชื่อว่า สภาพแวดล้อม และสิ่งเร้า นั่นคือเสน่ห์ การยั่วยวน ความสวยงาม และแรงขับเคลื่อนทางความต้องการเป็นปัจจัยที่จะเปลี่ยนทุกสิ่งในชีวิต (Shape) ของผู้ชายคนหนึ่ง (Thing) ให้เป็นไปตามที่เธอกำหนด

shapeofthings3

ซึ่งสมมติฐานของเธอนั้นเป็นจริงเสียด้วย

สำหรับ Adam การเปลี่ยนแปลงในฐานะของกลุ่มตัวอย่างการทดลองนั้น เขายอมเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งเพราะตัวแปรต้น (ตัวแปรที่1, ตัวแปรหลัก) คือ Evelyn แต่ถ้าพูดในฐานะของนักวิจัย Evelyn อาจจะเป็นแค่ตัวแปรตาม (ตัวแปรที่2) ตัวแปรต้นจริงๆของ Adam ที่ทำให้เขายอมเปลี่ยนทุกสิ่งนั้นอาจจะเป็น “ความรัก” ข้อเดียว

Screen Shot 2559-01-06 at 12.07.57 AM

  • คะแนนรอบแรกปี 2003 : 6.5/10
  • คะแนนรอบที่ 2-3 ปี (2011 – 2015): 8.8/10

ในเมื่อหนังเรื่องนี้พูดถึงงานวิจัย ก็หยิบเอางานวิจัยเกี่ยวกับวิชาวิจารณ์วรรณกรรมที่ผมอ้างอิงมาให้ด้วย เรื่องนี้เป็นหนึ่งในศิลปการเล่าเรื่องที่น่าสนใจและเหมาะแก่การศึกษาในทุกศาสตร์ครับ

Dr. Duane Olson, “Fall, Creation, and Redemption in Neil LaBute’s The Shape of Things”, Journal of Religion and Film 2004

POST TAGS:

daydevthailand@gmail.com

<p>เขียน Blog นี้ตั้งแต่ อายุ 22 เที่ยวมาแล้ว 22 จังหวัด ปัจจุบันเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย แต่ชอบดูหนัง ท่องเที่ยว ชมงานศิลปะ และอ่านหนังสือ เขียน Blog</p>

Review overview
NO COMMENTS

Sorry, the comment form is closed at this time.