Home / Drama  / Whiplash (2014) มือกลองพระกาฬทรมานบันเทิง

Whiplash (2014) มือกลองพระกาฬทรมานบันเทิง

โปรเจ็คหนังสั้นที่ได้รับรางวัล Sundance Film Festival อย่าง Whisplash เรื่องนี้พอเข้าตากรรมการพัฒนาเป็นหนังยาวก็ฟาดรางวัล Oscarsไปอีกตามระเบียบ

Whiplash_poster

คว้าไปเนียนๆ อย่างสาขา Best Film Editing, Best Sound Mixing และ  Best Supporting Actor (J.K. Simmons) ว่าด้วยเรื่องของ ทรมานบันเทิงระหว่างศิษย์มือกลองที่ต้องต่อสู้กับแรงกดดันจากครูฝึกจอมโหด ในการก้าวไปเป็นมือกลองมืออาชีพ ผ่านสงครามประสาท ที่จุดชะนวนการระเบิดทุกครั้ง เมื่อทั้งสองตัวละครเผชิญหน้ากัน

Whisplash-1

Whisplash เสนอเรื่องราวของ Andrew รับบทโดย Miles Teller มือกลองที่มีเป้าหมายต้องการมีฝีมือเทียบชั้น Buddy Rich (มือกลองฝีมือพระกาฬ หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=9esWG6A6g-k) เลยตัดสินเข้าไปเรียนฝึกตีกลอง ในคอร์สสุดหฤโหดกับครูผู้ เข้มงวด อีกทั้งหยาบคายป่าเถื่อน และน่าสะพรึงอย่าง Mr. Fletcher หรือ Terence Fletcher รับบทโดย J. K. Simmons เรื่องราวของการต่อสู้ในจุดมุ่งหมายเดียวกันของครู และศิษย์ที่ทั้งรัก(หรือเปล่า?) ทั้งชัง(เกลียดขี้หน้ากัน?) แบบแปลกๆ ก็เกิดขึ้น ภาวะกดดัน และเหนื่อยใจตามตัวละครแต่ก็รู้สึกว่ายิ่งถูกดูถูกต่อว่า หรือ ดุด่าแรงๆ ว่าไร้ความสามารถแต่เราก็อดที่จะเอาใจช่วยตัวละครไม่ได้อยู่ดี ซ้ำใจหนึ่งเราเองก็ต้องการคำต่อว่าด่าทอของครูในเรื่องใส่เข้ามาเรื่อยๆ เพราะรู้สึกว่า พอใจเราไปอยู่กับตัวเอกแล้ว สถานการณ์ของตัวเอกที่จะมุ่งมั่น และพัฒนาได้นั้นต้องอาศัยการถูกกระทำจากครูฝึก ประหนึ่งราวกับว่าเราเกิดความรู้สึกว่านี่คือการ “ทรมานบันเทิง”

Whiplash1

คำเตือนเปิดเผยเนื้อหาของหนัง

จุดเด่นของภาพยนตร์ Whisplash นั้นไม่ได้อยู่ที่ การนำกลอง มารัวเป็นเพลงแล้วแข่งกันตามประสา Street Dance หรือ Step Ups แต่อย่างไร หนังให้ความทรงพลังในแง่ของความบันเทิงบนความทรมาน กดดันทั้งกาย และใจ จากคำด่าทอ กิริยา ว่าตรงๆ คือ การเหน็บว่าด่าพ่อ กึ่งทำร้ายจิตใจทั้งคำพูด และการกระทำ (เขวี้ยงใส่หน้า ปาใส่หัว) ของ Mr. Fletcher ทั้งหมด ซึ่ง ณ จุดนี้ Andrew เองต้องอดทนอดกลั้นแบบสุดๆ อีกทั้งกดดันกับภาวะของการฝึกซ้อมที่หนักสุดกู่ ทั้งๆ ที่รู้ว่าแม้จะประสบความสำเร็จก็คงไม่มีคำชมจาก ครูฝึกที่เคารพ แต่อย่างไร

whiplash-J.K.-Simmons

Whiplash

พอดูหนังจบแล้วก็แทบจะย้อนกลับมาดูตัวเอง และคนรอบข้าง ในแง่ของการเรียนรู้ ว่า บางที คนบางคนที่มีพรสวรรค์ก็ถือว่าเป็นสิ่งดีไป แต่คนที่ไม่มี แล้วต้องการความชำนาญต้องอาศัยพรแสวงนี่ พูดเหมือนง่าย แต่บางครั้ง ไอ้พรแสวงตรงนี้แหละที่ทำเอาเรา เกือบจะท้อแท้ หรือล้มเลิกมันไปเลย อย่างในเรื่องก็ถึงขั้นที่ว่า Andrew ตัดสินใจเลิกกับแฟนสาวที่คบกันมาเพื่อสิ่งที่เขาเชื่อว่ามันคือความฝัน และฝันของเขาต้องใช้สิ่งที่เขาเชื่อว่ามันคือ พรแสวง ตัวนี้นั่นเอง (ฉากที่ชัดเจนคือ ไม้กลองเปื้อนเลือด และ ฉากระเบิดกลอง)

1414728248-WhiplashDa-o

maxresdefault

สำหรับ Mr. Fletcher เองถ้ามองในจุดที่ลึกๆ และวิเคราะห์ตัวละครแบบถ้วนถี่แล้ว ตัวเขาเองแม้จะอยู่ในภาวะของครูผู้ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล เจ้ากี้เจ้าการ ด่าทอ ทำตัวน่าถีบ น่าหมั่นไส้ และต่ำสถุนแล้ว เอาเข้าจริงสิ่งที่เขาทำไปมันก็แค่การแสดงออกในแบบ Role Play หรือ Acting ที่มาจากสามัญสำนึกของคนประเภทที่ว่า หากไล่ลำดับและวิเคราะห์อย่างจริงๆ จังๆ เนื้อแท้ของ Mr. Fletcher ที่แสดงออกภายในก็ไม่ต่างอะไรกับ “เรือจ้าง” คนอื่นๆ นั่นคือ “ครูทุกคนย่อมอยากเห็นศิษย์ไปถึงเป้าหมาย” ก็แค่นั้น

Whiplash-6

สรุปแล้ว  ภาพยนตร์ Whisplash ถือว่าเป็นภาพยนตร์ที่ควรจะดู และใช้การดู 2 รอบ โดยรอบแรกให้ใช้อารมณ์ในการดู และรอบที่สองให้ลองเอาเหตุผลเป็นที่ตั้งแล้วดูใหม่อีกครั้ง เราจะเห็นว่า ทั้ง 2 รอบที่ผ่านตานั้นมันคือหนังคนละเรื่องกัน ซึ่งก็อย่างที่ว่ามันอยู่ที่ ความ “อิน” ของคนดูล้วนๆ ครับ

คะแนน: 9/10

ประโยคเด็ดจาก Mr. Fletcher

There are no two words in the English language more harmful than “good job”.

ไม่มี สองคำ ไหนที่อันตรายมากไปกว่าคำว่า “ดีมาก” อีกแล้ว

POST TAGS:

daydevthailand@gmail.com

อาจารย์มหาวิทยาลัยสายไอที แต่ชอบเสพศิลป ชอบดูหนัง เรียกว่าเนิร์ดหนังก็ได้ ชอบ ท่องเที่ยว ชมงานศิลปะ และอ่านหนังสือ เขียน Blog เว็บนี้เขียนมาตั้งแต่อายุ 22 เมื่อก่อนเดินทางบ่อยมากตอนนี้นั่งดูหนังแล้วมารีวิวแบบ critics movie แทน

Review overview
NO COMMENTS

Sorry, the comment form is closed at this time.